เรื่องน่ารู้ของสินค้าแม่และเด็ก

ภาพรวมของตลาดแม่และเด็ก


เว็บไซต์ Statista ประเมินว่าตลาดสินค้าแม่และเด็กในเมืองไทยมีมูลค่าเติบขึ้นมาโดยตลอดและมีทีท่าว่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี โดยจากปี 2020 มา 2021 ตลาดมีมูลค่าสูงขึ้นถึง 219 ล้านบาท


“พ่อแม่ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกอยู่แล้ว” ลูกเป็นดั่งแก้วตาดวงใจ วลีนี้จะยุคไหนก็ยังเป็นเหมือนเดิม แม้ว่าอัตราการเกิดประชากรของไทยจะลดลงตลอด 10 ปีที่ผ่านมา แต่ตลาดสินค้าแม่และเด็กกลับใหญ่ขึ้น นั่นหมายความว่าในกลุ่มผู้ที่มีบุตร แม้จะมีลูกลดลงเหลือเพียง 1-2 คน ต่อครัวเรือนแต่ก็ยังใช้จ่ายกับสินค้าเพื่อลูกและแม่มากขึ้นเรื่อยๆ

ในปัจจุบันตลาดสินค้าของแม่และเด็กถูกแบ่งออกเป็นหมวดหมูใหญ่ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวคุณแม่ วิตามินและอาหารเสริมทั้งสำหรับคุณแม่และเด็ก รถเข็นเด็ก ของเล่น เสื้อผ้าสำหรับผู้มีครรภ์ เสื้อผ้าสำหรับเด็ก ผ้าอ้อม อุปกรณ์เกี่ยวกับการให้นม และอาหารสำหรับเด็ก

ปัจจัยที่ทำให้ตลาดสินค้าแม่และเด็กเติบโต

แน่นอนว่าเป็นอินเตอร์เน็ตและ E-Commerce โดยทั่วไปสินค้าประเภทนี้คุณแม่เป็นผู้ตัดสินใจซื้อถึง 92% ซึ่งในยุคก่อนนั้นคุณแม่และลูกน้อยมักจะต้องอยู่บ้าน ไม่ได้ไปช็อปปิ้งบ่อย แต่ในยุคนี้ที่ร้านค้าอยู่ในมือ ส่งลูกเข้านอนแล้วไถมือถือก่อนจะนอนก็ยังช็อปได้ ทั้งยังมี Content และ Community ออนไลน์อีกมากมายที่ทำงานเหมือนเป็นแก๊งป้ายยากลายๆ ยิ่งเพิ่มการเข้าถึงสินค้ากลุ่มนี้ให้กับคุณแม่ ทั้งเทรนด์ออนไลน์เสื้อผ้า ไม่ว่าจะชุดคลุมท้อง ชุดให้ใส่เข้าคู่กันเป็นครอบครัว คุณแม่ที่อยู่บ้านเฉยๆ ก็ยังอินเทรนด์ไปกับโลกภายนอกได้


จากการสำรวจของประเทศจีนพบว่าตลาดสินค้าประเภทนี้ของจีนเองก็เติบโตขึ้นเช่นกัน โดยสูงขึ้นถึงปีละ 3 แสนล้านบาท เพราะเปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่สูงขึ้นประกอบกับมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาลเพิ่มขีดจำกัดการมีบุตรต่อครัวเรือน

สินค้าที่คุณแม่เลือกเปย์

สินค้าหัวข้อหนึ่งที่สำคัญคือผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองของคุณแม่ จากเดิมผู้หญิงกับสินค้าเครื่องสำอางและสกินแคร์เป็นของคู่กันอยู่แล้ว ในตอนที่ตั้งครรภ์และหลังคลอดใหม่ๆ ร่างกายกำลัง Sensitive และอาจมีร่องรอยจากการตั้งครรภ์อยู่ ทำให้คุณแม่ยิ่งยกระดับการดูแลตัวเองมากขึ้นไปอีกขั้น โดยสินค้าที่ใช้จะมีความละเอียดอ่อนมากขึ้นและมีราคาที่สูงขึ้นตามไปด้วย แถมยังมีหมวดพิเศษเพิ่มขึ้นมาอีก ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม ยาทาลดลายลบรอยแผลเป็น ไปจนถึงอุปกรณ์ออกกำลังกาย เพื่อจะได้กลับมาฟิตหุ่นกลับมาเหมือนก่อนตั้งครรภ์อย่างมีประสิทธิภาพ


ส่วนกลุ่มสินค้าสำหรับเด็ก มูลค่าตลาดกว่า 40% จะตกอยู่กับเสื้อผ้าเด็กเพราะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนบ่อยตามวัยของเด็ก ตามมาด้วยอาหารและขนมเพื่อสุขภาพที่ 29% เน้นเรื่องการใช้วัตถุดิบปลอดสารพิษสารเคมีและอุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหาร อีกประเภทที่น่าพูดถึงก็คือของเล่นเสริมพัฒนาการอยู่ที่อันดับ 3 ซึ่งปัจจุบันพ่อแม่ลงทุนกับการพัฒนาทักษะของลูกยิ่งกว่าแต่ก่อน อาจเพราะเห็นอนาคตของลูกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน จึงต้องการพัฒนาทักษะและทัศนคติของลูกให้เติบโตไปมีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมั่นใจและมีความสุข

สินค้าเหล่านี้ถ้าแบรนด์ไหนพิสูจน์สรรพคุณได้ ได้รับการยอมรับจาก Community ออนไลน์ของเหล่าคุณแม่ ยิ่งมีโอกาสเติบโตเป็นส่วนหนึ่งไปกับมูลค่าตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น

หากจะขายสินค้าแม่และเด็กโปรดจำไว้ว่า

การเป็นพ่อแม่มาพร้อมกับความกดดันอยู่แล้วไม่ว่าจะเปิดเผยให้เห็นหรือซ่อนอยู่ในใจ แต่สิ่งหนึ่งที่พ่อแม่ทุกคนเป็นเหมือนกันคือ “อยากให้ลูกได้รับสิ่งที่ดี” ในการโฆษณาแบรนด์จึงควรคิดถึงเด็กเป็นที่ตั้งและดูว่าสินค้าและบริการของเราจะมีผลอย่างไรตามมาสู่พ่อแม่ ทั้งในเรื่องความสะดวก ความสุข และภาพลักษณ์


อย่างที่ได้เล่าให้ฟังข้างต้นว่ากลุ่มเป้าหมายคือเหล่าคุณแม่ แบรนด์ก็ควรจำไว้ว่าเรากำลังพูดคุยกับผู้หญิงที่กำลังมีหลาย “สถานะ” เนื่องจากการเป็นแม่มาพร้อมกับบทบาทมากมาย เป็นทั้งผู้ปกครอง เป็นเพื่อน เป็นครูให้กับลูก ในขณะเดียวกันก็ยังความรับผิดชอบต่อสามีต่อครอบครัว และสุดท้ายคือมีหน้าที่การงาน มีสุขภาพร่างกาย มีความฝันของตัวเองต้องดูแล บทบาทที่ประเดประดังเข้ามาเหล่านี้ ทำให้กระบวนการคิดของผู้เป็นแม่มีความละเอียดอ่อนมากกว่าผู้หญิงที่ยังไม่มีสถานะ

เกิดความท้าทายกับแบรนด์ว่าจะ “สื่อสารอย่างไร” และ “สื่อสารกับบทบาทไหน” จึงจะถูกใจคนเป็นแม่ นี่เป็นสาเหตุที่หลายแบรนด์ในตลาดนี้เริ่มต้นมาจากคนที่ผ่านการมีครอบครัวมาก่อน หรือใครที่ยังไม่เคยมีครอบครัวแต่สนใจในตลาดนี้ ก็ควรจะทำการบ้านให้หนักเพื่อเข้าใจหัวอกผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายของเรา

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีประชากรส่วนหนึ่งมีครอบครัวและมีลูกช้าลง ทำให้กลุ่มคุณแม่มีหลากหลายช่วงอายุ การจะทำการตลาดควรจะคำนึงด้วยว่าแบรนด์ของเรากำลังจะสื่อสารกับ “คุณแม่อายุประมาณเท่าใด” เพราะปัจจัยความต้องการส่วนตัวย่อมแตกต่างกัน

ตัวอย่าง Content แบรนด์แม่และเด็ก

วิธีการหนึ่งที่ส่งข้อความได้ถึงเหล่าแม่ๆ แล้วได้ผลก็คือฝากคนเป็นแม่ด้วยกันพูด นอกจากคำพูดจะมีน้ำหนักมากขึ้นแล้ว ยังทำให้ Content มีโอกาสที่จะจับใจหัวอกคนเป็นแม่ด้วยกัน

เครื่องปั๊มนม ผลิตภัณฑ์ที่มีแบบ Manual ปั๊มด้วยมือ และแบบไฟฟ้าปั๊มอัตโนมัติ มีราคาตั้งแต่หลักร้อยไปถึงหลักหมื่นบาท สำหรับคุณแม่ที่ชื่นชอบนวัตกรรมและต้องการความสะดวกก็อาจจะยอมจ่ายเพื่อสินค้าที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นหลากหลาย อาทิ ปรับความแรงได้หลายระดับ หรือแม้แต่เป็นเครื่องปั๊มไร้สายที่ทำให้คุณแม่สามารถทำธุระอย่างอื่นไปด้วยได้ไม่ต้องรอเครื่องทำงาน

(ร้านขายรถเข็นและที่นั่งในรถยนต์สำหรับเด็ก เลือกเพจของครอบครัวสายพาลูกเที่ยวและทำกิจกรรม เป็น Influencer ขอบคุณภาพจาก facebook.com/RockyJourneyTH)

(อุปกรณ์สำหรับเรียนออนไลน์ในช่วงที่มีโควิดระบาด อย่างคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กขนาดเล็กสำหรับให้เด็กใช้งานโดยเฉพาะ ขนาดกำลังพอเหมาะ พกพาสะดวกและมีกันกระแทก ขอบคุณภาพจากเพจ facebook.com/matamatalyn)

(Shelf ในซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งตอนนี้ก็มีอาหารเด็กมากมายหลายยี่ห้อทั้งคาวหวานจากไทยและเทศวางขายกันครึกโครม ที่หลายคนน่าจะสะดุดตาก็คงเป็นแบรนด์ Happy Munchy ที่บางรายการมาพร้อมกับตัวละครที่ดูคุ้นตา เพราะเป็นอาหารเด็กโดยฝีมือ Influencer ชาวไทยเพจ “Little Monster” ที่ผู้ติดตามหลายล้านคน)

นี่ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับตลาดสินค้าแม่และเด็กที่ทีม UNBOX เห็นว่ามีความน่าสนใจ เพราะเป็นตลาดที่มีหลายแง่มุมให้แทรกตัวเข้ามาค้าขาย ขณะเดียวกันขนาดของตลาดก็มีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต

หากว่ากำลังจะเริ่มต้นแบรนด์สำหรับคุณแม่และเด็ก สามารถปรึกษาทีม UNBOX ได้นะครับ

Contributor

Share this post with your friends

More Articles

Comodo SSL