Gamification Marketing การตลาดที่ใช้ ‘ความสนุก’ และ ‘ความอยากเอาชนะ’ เป็นอาวุธทีเด็ด!

ทุกคนคงจำความรู้สึกเวลาที่เรานั่งใจจดใจจ่ออยู่กับหน้าจอ มุ่งมั่นตั้งใจเอาชนะเกมๆ นึงเพื่อให้ผ่านด่านบอส เก็บแต้มให้ได้มากที่สุด และจบเกมด้วยรสชาติของชัยชนะในวัยเด็กพอได้ใช่ไหม? ความรู้สึกนี้แหละที่เรากำลังจะพูดถึงในบทความนี้ ไม่ได้เป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบที่ผ่านมาและผ่านไป แต่ในฐานะของความรู้สึกที่เป็นตัวตั้งต้นของหนึ่งในเทคนิคทางการตลาดที่กำลังครอง เทรนด์ของปี 2021 นี้อยู่!

คำตอบก็คือ Gamification หรือสิ่งที่ UNBOX จะพาคุณผู้อ่านไปสำรวจในวันนี้ ซึ่งนอกจากจะเป็นวิธีสุดเจิดที่ทำให้คนร่วมสนุกไปด้วย และใช้เวลาบนแพลตฟอร์มของแบรนด์ได้มากขึ้นแล้ว ยังเป็นไม้เด็ดอันชาญฉลาดที่ช่วยผลักดันให้เกิดยอดขายได้อย่างสำเร็จอีกด้วย เริ่มต้นง่ายๆ แค่เอาความสนุกของเกมมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการสร้างกลยุทธ์อื่นต่อ

What is Gamification มันคืออะไร?
คำถามที่หลายคนอาจจะสงสัยอย่างแรกเมื่อกล่าวถึง Gamification ก็คือแบรนด์จำเป็นต้องสร้างเกมส์ระดับ Super Mario ฝังอยู่บนหน้าเว็บไซต์เลยไหม Neil Patel ผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Marketing บอกเอาไว้ว่าการทำ Gamification จริงๆ แล้วหมายถึงการดึงเอาองค์ประกอบเด่นๆ ที่อยู่ในเกมมาใช้กับการตลาดทั่วไป ตัวอย่างเช่นอาจจะสร้างภารกิจที่ให้ผู้เล่นทำทีละด่าน, การเก็บสะสมแต้ม หรือการให้โลโก้พิเศษ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องสร้างเกมส์แบบจริงจังเสมอไป แค่มีการกำหนดโจทย์ให้กับผู้ใช้งานทำจนบรรลุเป้าและได้รับรางวัลสักชิ้น ก็ถือว่าเป็นกลไกของการ Gamify ที่สมบูรณ์แล้ว

Gamification นำพา Engagement และยอดขายสุดปัง
การเพิ่มลูกเล่นด้วยการสร้างเกมสนุกๆ ให้กับลูกค้าได้มีส่วนร่วม ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมกับตัว Platforms หรือ Content ที่ทางแบรนด์ผลิตออกมามากขึ้นอย่างแน่นอน และหากมีกลยุทธ์ที่ดี สร้างความเร้าใจได้มากขึ้น สิ่งที่ตามมาแทบจะในทันทีเลยก็คือยอดขายที่ปังปุริเย่นั่นเอง

ยกตัวอย่างกรณีศึกษาหนึ่งที่เชื่อว่าหลายคนเคยเห็นผ่านตากันมาก่อน และอีกหลายคนก็อาจจะกำลังติดกันงอมแงมซะด้วย สิ่งนี้ก็คือการทำ Gamification บนแอปพลิเคชั่นจำพวก E-Commerce ต่างๆ นั่นเอง มีภารกิจหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า Lucky Egg หรือเกมตอกไข่ลุ้นรับคูปองส่วนแบ่งจากมูลค่า 1 ล้านบาทของ LAZADA เงื่อนไขของเกมกำหนดให้ผู้เล่นเข้ามา Check-in บนหน้าแอปติดต่อกัน 3 วัน โดยในแต่ละวันจะสามารถตอกไข่เพื่อลุ้นรางวัลได้วันละ 1 ครั้ง เคสนี้นอกจากทาง LAZADA จะได้ตัวเลขผู้ใช้งานแอปต่อวันเพิ่มขึ้นแล้ว LAZADA ยังมีโอกาสได้ยอดขายเพิ่มเติมจากการวางแค็ตตาล็อกสินค้าเอาไว้ต่อท้ายด้านล่าง ซึ่งรายการสินค้าก็ใช้ระบบ Recommendation หรือการใช้ AI มาช่วยแนะนำสินค้าที่ถูกใจผู้ใช้งานในการจัดเรียงคอนเทนต์อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวแต่ได้ทั้งเวลาที่คนเข้ามาใช้งานแอปฯ ที่นานขึ้นต่อ 1 ครั้ง และการต่อยอดไปสู่การเพิ่มยอดขายแบบคุ้มค่าเลย

อีกหนึ่งตัวอย่างที่ง่ายยิ่งกว่า ไม่ต้องมีการพัฒนาเกมที่ซับซ้อนใดๆ แต่ใช้ไอเดียความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างกติกาในการร่วมสนุกที่ชวนให้คนลุ้นตัวโก่งล้วนๆ ก็คือกิจกรรมการแจกห้องพักบน Facebook ของแบรนด์ศรีพันวา รีสอร์ทชื่อดังในจังหวัดภูเก็ตที่ชวนให้ทุกคนมาเลือกตัวเลขนำโชค ระหว่าง 0 ถึง 100,000 โดยวิธีการร่วมสนุกคือ 1. กดไลค์รูป 2. กดแชร์โพสต์ และ 3. คอมเมนต์ใต้รูปเลขใดก็ได้ระหว่าง 0 ถึง 100,000 แล้วรอให้ทางทีมงานสุ่มตัวเลขของผู้โชคดี ประกาศรายชื่อคนที่จะได้รับรางวัลเป็นห้องพักประเภทวิลล่า 5 ห้องนอนฟรี

ด้วยกติกาที่เข้าร่วมได้ง่ายและของรางวัลที่ทำให้ใครๆ ก็ตาลุกวาวพร้อมบอกกับตัวเองว่า ‘ฉันนี่ล่ะคือผู้โชคดีคนนั้น’ เลยทำให้กิจกรรมนี้ประสบความสำเร็จสุดๆ ด้วยยอด Engagement ทะลุ 2,600 Likes, 512 Shares และอีก 700 กว่าคอมเมนต์

Gamification กับหลักทางจิตวิทยาล้วน
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Gamification ประสบความสำเร็จสามารถอธิบายโดยใช้หลักการทางจิตวิทยาของมนุษย์ล้วนๆ Yu-kai Chou ผู้เชี่ยวชาญด้านทฤษฎี Gamification กล่าวเอาไว้ว่าความสนุกและความรู้สึกท้าทายของการเล่นเกม การทำตามกติกาเพื่อบรรลุเป้าหมายอะไรสักอย่างคือ ‘ความมุ่งมั่นตั้งใจ’ ที่เกิดขึ้นจากการไปแตะโดนแรงขับเคลื่อนในชีวิต (Core Drives) ทั้ง 8 ของมนุษย์อย่างเรา ยกตัวอย่างเช่น ‘Unpredictability’ แรงขับเคลื่อนที่เกิดจากความอยากรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรต่อไป หรือ ‘Scarcity’ แรงขับเคลื่อนที่ถูกผลิตจากความอยากได้ อยากมีในสิ่งที่ยังคงขาด เป็นต้น

หากการสร้างเกมของเราไปโดยใจสิ่งเหล่านี้ ก็มีโอกาสสูงที่กิจกรรมทางการตลาดหรือกลยุทธ์นั้นจะประสบความสำเร็จอย่างสูง และช่วยทำให้ธุรกิจ แบรนด์ หรือตัว Platform เองไปถึงเป้าหมายได้ง่ายขึ้น

อยากลองทำ Gamification Marketing บ้าง ต้องเริ่มยังไง?
จากบทความในเว็บไซต์ของการตลาดวันละตอน ให้คำแนะนำที่กระชับและเข้าใจง่ายเกี่ยวกับการเริ่มทำการตลาดโดยใช้เทคนิคของ Gamification เข้ามาเป็นเครื่องมือหลักเอาไว้ว่า

1. วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย ก่อนว่าผู้ใช้งานของแพลตฟอร์มหรือกลุ่มลูกค้าของแบรนด์มีความอยากได้ อยากรู้ หรืออยากเอาชนะในเรื่องอะไร เพื่อที่จะนำไปพัฒนาเป็นข้อถัดไป

2. วางระบบการเล่น หรือตัวเกม ว่าจะต้องมีกลไกอย่างไร วางกติกายังไงถึงจะสนุกและอุดทุกรอยรั่ว

3. ออกแบบวงจรความสัมพันธ์ระหว่างตัวเกมและผู้เล่น เมื่อคิดถึงตัวเกมแล้ว ต้องออกแบบด้วยว่าอะไรคือปัจจัยที่จะทำให้ผู้ใช้งานหรือลูกค้าคนนั้นกดเข้ามาเล่นซ้ำ หรือมีการบอกต่อ ชักชวนเพื่อนมาเล่นตามบ้าง

4. วาง Metric ในการวัดผล เช่นเดียวกับการทำแคมเปญทุกแคมเปญ จะต้องมีการตั้งเป้าหมายและตั้งมาตรในการวัดผล อาจจะเป็นจำนวนผู้ใช้งานขาประจำ, ระยะเวลาบนแพลตฟอร์ม, ยอด Engagement หรือยอดขายที่เกิดขึ้นก็ได้

แค่ 4 ขั้นตอนง่ายๆ ก็จะทำให้แบรนด์สามารถเอาความสนุกและท้าทายมาเพื่อกระตุ้นการ Engage และบรรลุเป้าหมายในการสร้างแคมเปญทางการตลาดนั้นได้อย่างง่ายดายมากขึ้นแล้ว อย่างไรก็อย่าลืมลองหยิบไปใช้กันดูนะคะ

Contributor

Share this post with your friends

More Articles

blog
Nisara Sittatikarnvech

10 ปีของ Instagram กับเหตุผลที่ว่าทำไมคนทั้งโลกถึงติด ‘ไอจี’ กันแบบงอมแงม

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2010 หากพูดถึงแอปพลิเคชั่นที่ชื่อว่า Instagram หลายคนอาจต้องเอียงคอสงสัยกันว่าแอปฯ ในมือถือที่ว่าคืออะไร แล้วมันทำอะไรได้บ้าง แต่เมื่อตัดภาพกลับมาที่ปี 2020 นี้

Read More »
blog
Karn Triamsiriworakul

Mood Tone และ Branding

Mood & Tone เป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Branding เพราะแบรนด์ไม่ใช่คน ไม่ได้มีรูปพรรณสัณฐาน จึงต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างในการสร้างแบรนด์ให้มีจุดเด่น หรือเกิด Character

Read More »
blog
Supat Imyoo

3 ข้อแนะนำในการทำโฆษณาผ่าน Instagram story

นักการตลาดหลายท่านน่าจะทราบดีอยู่แล้วว่าการทำการตลาดผ่าน Instagram คือเน้นสวย รูปต้องดี เห็นแล้วเข้าใจได้ง่ายเลยว่าจะสื่ออะไร เพราะ Instagram นั้นถือเป็น Platform ที่คนเข้ามาเสพความสวยงามซะเป็นส่วนใหญ่

Read More »
Comodo SSL