อัปเดตเทรนด์รูปแบบการทำงานในปี 2022 พร้อมตัวอย่างการทำงานขององค์กรต่างๆ ในยุค New Normal

เนื่องจากวิกฤตการณ์ COVID-19 ที่มีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้แนวคิดการทำงานแบบ Work From Home ได้รับความรับความนิยมอย่างแพร่หลาย ส่งผลให้เกิดการพลิกโฉมระบบบริหารจัดการขององค์กรที่ปรับตัวและก้าวสู่รูปแบบการทำงานในมิติใหม่ ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ในการทำงาน การติดต่อประสานงานภายในทีม การลากิจ ไปจนกระทั่งการใช้เวลาพักผ่อนส่วนตัวที่บ้าน หรือการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานมากขึ้น

ในบทความนี้ทีมงาน UNBOX จะมาอัปเดตเทรนด์การทำงานในปี 2022 ที่ต่อเนื่องมาจากปี 2021 และนำเสนอตัวอย่างขององค์กรต่างๆ ที่ปรับตัวเพื่อรับกับการทำงานในรูปแบบใหม่กันว่ามีการจัดการยังไงกันบ้าง เพื่อเป็นแนวทางให้ลองเป็นไอเดียปรับเปลี่ยนกันค่ะ

รูปแบบการทำงานที่ประสบผลสำเร็จและอัปเดตเทรนด์รูปแบบการทำงานในปี 2022 ที่คนยุคใหม่ควรรู้

Work From Home ถือว่าเป็นเทรนด์ใหม่ของคนทำงานในองค์กรที่เข้ามามีบทบาทในการทำงานมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สำหรับการทำงานแบบใหม่นี้ และยังคงจะส่งผลต่อเนื่องในปี 2022 เป็นการทำงานด้วยตัวเองที่บ้านโดยไม่ต้องเดินทางมาทำงานที่บริษัท และมีการติดต่อสื่อสาร หรือประสานงาน รวมไปถึงการประชุมงานผ่านทางเครื่องมือดิจิทัลต่างๆ เช่น Zoom, Google Meet เป็นต้น ทำให้การสื่อสารระหว่างวันต่อเนื่องได้มากขึ้น รวมถึงการทำงานแบบจัดวันเข้าออฟฟิศ ทำงานที่บ้านบ้าง เข้าออฟฟิศบ้าง

การทำงาน Work From Home (WFH) เต็มรูปแบบ

มีหลายบริษัทที่ใช้ระบบการทำงานแบบ WFH อย่างเต็มรูปแบบ โดยการทำงานจะเหมือนตอนเข้าออฟฟิศ มีการกำหนดเวลาในการทำงานอย่างชัดเจน และใกล้เคียงกับเวลาทำงานที่เคยทำในออฟฟิศ เช่น เวลาทำงานในออฟฟิศ คือ 09.00 น. – 17.00 ก็ต้องทำงานตามเวลาเดิมที่ออฟฟิศกำหนด แต่อย่างไรก็ตามการทำงานแบบ WFH นั้นก็สามารถทำงานปกติไปด้วยและทำงานบ้านไปได้ด้วยเช่นกัน ส่วนการประชุมงานหรือการสื่อสารงานต่างๆ ก็จะใช้ Tools หลายๆแบบเข้ามาช่วย อย่างเช่น Zoom ที่เป็นที่นิยม

ถึงแม้ว่าการทำงานที่บ้านจะให้ความเป็นอิสระในการทำงานมากขึ้น สามารถลาหยุด ลาป่วยได้ปกติ แต่พนักงานต้องทำงานให้สำเร็จและมีผลงานให้เหมือนกับการทำงานที่ออฟฟิศ บางบริษัทถึงกับเช็คเวลาเข้า-ออกของพนักงานด้วย สำหรับกลุ่มบริษัทที่ทำงาน WFH เต็มรูปแบบส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับกลุ่มงานเทคโนโลยี และการตลาดเป็นส่วนมาก

ตัวอย่างบริษัทที่ทำงานในรูปแบบ WFH แล้วประสบความสำเร็จ

1. Hotjar

Hotjar บริษัทผู้ผลิตเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์เว็บไซต์ หรือที่เรียกว่า Web Anatytic Tool เพื่อใช้วัดตัวเลขของผู้เข้าชม และวิเคราะห์ความสำเร็จให้กับเจ้าของเว็บไซต์ ตอนนี้เป็นบริษัทที่เน้นการทำงาน WFH อย่างเต็มรูปแบบ 100% โดยมีกฎเกณฑ์การทำงานระหว่างพนักงานกับบริษัทที่ทำแล้วมีประสิทธิภาพดังนี้

  • ให้ความสำคัญกับสุขภาพกายและจิตเป็นหลัก
  • พนักงานทุกคนต้องประชุมงานพร้อมกันอย่างน้อย 1 ครั้งในแต่ละสัปดาห์ เพื่อประเมินความก้าวหน้าของงาน
  • ผู้บริหารสามารถตรวจสอบการทำงานได้ของพนักงานได้ว่าแต่ละคนทำงานอะไรบ้างในแต่ละวัน
  • ไม่มีกำหนดเวลาการทำงาน แต่ต้องทำงานให้สำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้
  • กำหนดให้วันพุธเป็น Meeting Day พนักงานทุกคนต้องมาเจอกันทาง Online Meeting โดยมาแชร์เรื่องทั่วๆไป ไม่พูดคุยเรื่องงาน

2. Buffer

เป็นองค์กรที่เชี่ยวชาญการทำงานเรื่อง Social Marketing ช่วยสร้างช่องทาง Social Media และทำการตลาดออนไลน์ให้กับแบรนด์ดังๆ มากมาย เช่น Spotify, Business Insider ซึ่งการทำงานของบริษัท Buffer เรียกได้ว่าเป็นการทำงาน WFH อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีการสร้างข้อตกลงร่วมกัน เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่คุณภาพดังนี้

  • กำหนดให้ประชุมผ่าน Zoom ทุกสัปดาห์ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  • ถึงแม้การทำงานแบบ WFH จะให้อิสระในการทำงาน แต่พนักงานทุกคนต้อง List ออกมาให้หัวหน้างานดูว่าจะทำอะไรบ้างในแต่ละวัน โดยสร้างปฎิทินรวมให้เห็นว่าใครทำอะไร เวลาไหนอยู่
  • พนักงานสามารถจัดตารางการทำงานด้วยตัวเอง และจัดวันหยุดได้ตามใจชอบ
  • สื่อสารผ่าน Slack เป็นช่องทางหลัก

ทำงานแบบ Hybrid อยู่บ้านบ้าง เข้าออฟฟิศบ้าง

ถึงแม้ว่าจะมีหลายบริษัทที่มีการทำงานที่บ้านแบบ 100% แต่ยังมีบางบริษัทที่มีรูปแบบการทำงาน WFH บ้าง เข้าออฟฟิศบ้าง โดยให้พนักงานทำงานที่ออฟฟิศ 2-3 วันต่อสัปดาห์ และสลับการทำงานแบบ WFH เนื่องจากมีบางตำแหน่งที่ลักษณะงานไม่เอื้อต่อการทำงาน WFH ได้อย่างเต็มรูปแบบ เช่น กลุ่มงานบัญชี หรือบริษัทที่ต้องลงนามเอกสารสำคัญที่ไม่สามารถทำงานที่บ้านได้ รวมถึงบริษัทที่ไม่มีความพร้อมในระบบไอที และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่อำนวยความสะดวกให้กับพนักงานในการทำงานแบบ WFH ได้ ตัวอย่างบริษัทที่ทำงานในรูปแบบ Hybrid ในประเทศไทยเช่น

1. ดีแทค

องค์กรชื่อดังที่ทำเกี่ยวกับเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือ โดยทางบริษัทได้วางรูปแบบการทำงานแบบ New Normal มาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยแบ่งพนักงานออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ พนักงานที่ไม่สามารถทำงานจากที่บ้านได้, พนักงานที่สามารถทำงานได้จากที่บ้านได้บางช่วงเวลา และพนักงานที่สามารถทำงานได้จากที่บ้านตลอดเวลา โดยจะใช้ SharePoint หรือ Microsoft Teams มาใช้ในการทำงานร่วมกัน และที่สำคัญยังมีการนำเทคโนโลยี VPN (Virtual Privat Network) มาใช้ในองค์กร เพื่อให้การเข้าถึงข้อมูลจากภายนอกบริษัทได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น 

2. LPN

LPN หรือ บริษัท แอล.พี.เอ็น.เวลอปเมนท์ บริษัท Real Estates ชั้นนำในประเทศไทย ได้มีการลดจำนวนการให้พนักงานเข้าบริษัทลงถึง 50% และเข้าบริษัทสลับกันกับพนักงานที่ทำงานที่บ้าน โดยทางบริษัทได้เตรียมระบบการทำงานและเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อความคล่องตัวในการสื่อสารและการประชุม รวมถึงสนับสนุนอุปกรณ์การทำงาน เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง เช่น การประชุมจากห้องประชุมที่ออฟฟิศ จะต้องใช้ Zoom เพื่อให้พนักงานที่ WFH รับรู้ด้วย

เทรนด์รูปแบบการทำงานในปี 2022 อื่นๆ ที่น่าจับตามอง

  • ใช้ระบบ AI มาช่วยทำงานมากขึ้น สายงานที่นิยมได้แก่ ด้านกฎหมาย ด้านการแพทย์ การเก็บข้อมูลการตลาด การขาย เป็นต้น
  • เพิ่มความยืดหยุ่นและดูแลสุขภาพบุคลากร โดยเฉพาะสุขภาพจิต การเปิดใจรับฟังและช่วยแก้ปัญหาคือความท้าทายขององค์กรในปี 2022
  • โฟกัสที่การพัฒนา Skills หรือความสามารถของบุคลากร มากกว่าการโฟกัสที่การโปรโมทตำแหน่งงานของพนักงาน รวมถึงการพัฒนาคนเพื่อให้เติบโตไปพร้อมๆ กับองค์กร

และทั้งหมดนี้คือเทรนด์การทำงานทั้งที่เกิดขึ้นแล้วและเห็นได้ชัดในปี 2021 และเทรนด์ที่กำลังชัดเจนขึ้นในปี 2022 สำหรับองค์กรไหน หรือผู้บริหารท่านไหนที่กำลังอยากจะปรับรูปแบบการทำงานให้กับองค์กร ก็ลองหยิบไอเดียเหล่านี้ไปปรับใช้กันได้เลยค่ะ

Contributor

Share this post with your friends

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

More Articles

blog
Karn Triamsiriworakul

Global Shopping Festival วันช้อปปิ้งของทุกเดือน

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มีกระแสพูดถึงวันคนโสด (วันที่ 11 เดือน 11) กันมาก แต่ไม่ใช่แค่เพราะมันเป็นวันประกาศความโสดหรือช่วงจัดปาร์ตี้ให้คนโสดได้มาพบกัน แต่เพราะมันเป็น #วันช้อปปิ้ง

Read More »
blog
Jinsiree Palakawongsa Na Ayudthaya

Check List เช็คให้ดีก่อนทำ Virtual Event

ผ่านเวลามาร่วมปีกว่าๆที่วงการการตลาดประเทศไทยเริ่มใช้ Virtual Event สำหรับบริษัทของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นงานประชุม งานสัมมนา งานเปิดตัวสินค้า หรืองานแถลงข่าว ทาง UNBOX

Read More »
Uncategorized
Jinsiree Palakawongsa Na Ayudthaya

รวม Online Platform สร้าง Artwork สวยง่ายทันใจ ไม่ต้องใช้โปรแกรมซับซ้อน

ในยุคนี้จะบอก Content อะไรๆก็ต้องใช้ภาพประกอบดึงดูดไปเสียหมด แม้แต่ประกาศองค์กรง่ายๆหากอยากทำให้พนักงานจดจำนั้น การประกาศเป็นโปสเตอร์สวยๆสักชิ้น อาจจะทำให้คนสนใจและ Save เก็บไปได้ง่ายมากกว่าการประกาศในรูปแบบข้อความ แต่ปัญหาคือทุกคนไม่ได้เก่ง Adobe

Read More »
Comodo SSL