Internship Tips: 3 ขั้นตอนหลักกว่าจะได้ฝึกงาน

ช่วงนี้อาจจะเป็นช่วงที่น้องๆนักศึกษาหลายคนกำลังหาสถานที่ในการฝึกงาน โดยหลายคนอาจจะเป็นกังวลว่าในช่วง COVID-19 แบบนี้ จะยังมีบริษัทที่เปิดรับนักศึกษาหรือไม่ คำตอบนั้นคือหลายๆบริษัทนั้นยังเปิดรับอยู่ เพียงแต่อาจจะมีการปรับวิธีการทำงานให้สอดคล้องกับกฎ Social Distancing บ้างตามลักษณะของเนื้องานและธุรกิจ ดังนั้นแล้วเพื่อคลายข้อกังวลใจของน้องๆในการหาที่ฝึกงาน และให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นมากที่สุด UNBOX ขอเล่าถึง 3 ลำดับขั้นตอนกว่าจะได้ฝึกงาน โดยเนื้อหาเหล่านี้รวบรวมมาจากประสบการณ์ตรงที่ได้ดูแลนักศึกษาฝึกงาน และการสนทนากับแผนก HR และหัวหน้าฝ่ายที่ดูแลน้องๆฝึกงานโดยตรงค่ะ

Step 1: ช่วงหางาน

  • น้องๆควรทำความเข้าใจกับกฎและหลักสูตรของมหาวิทยาลัยก่อน ว่าขอบเขตของการฝึกงานของเรานั้นอยู่ในช่วงเดือนใด และมี Requirement ขั้นต่ำที่การฝึกงานกี่ชั่วโมง รวมไปถึงแผนกหรือเนื้องานที่สามารถฝึกได้ เพื่อที่จะได้สื่อสารกับบริษัทที่จะเข้าฝึกงานได้อย่างถูกต้อง
  • ในการหางาน หากมีแบรนด์ บริษัท หรือธุรกิจใดๆที่ตนเองกำลังสนใจ ก็สามารถติดตามข่าวสารการประกาศรับสมัครฝึกงานได้ทางเว็บไซต์หรือทางโซเชียลมีเดีย หรือหากไม่มีประกาศ อาจจะโทรเข้าไปสอบถามกับแผนกบุคคล (Human resource) ของบริษัทได้โดยตรง
  • หรืออาจหาสถานที่ฝึกงานได้จากเว็บไซต์ประกาศหางาน เช่น JobsDB หรือ Jobtopgun ซึ่งในบางครั้งอาจจะมีการประกาศประเภทรับสมัครนักศึกษาฝึกงานอยู่
  • แต่หนึ่งในวิธียอดนิยม และสามารถทราบผลการตอบรับได้อย่างรวดเร็วที่สุด คือการสอบถามไปยังรุ่นพี่มหาวิทยาลัยที่เรียนจบและทำงานในอุตสาหกรรมนั้นๆแล้ว ดังนั้นการทำกิจกรรมตั้งแต่ในช่วงมหาวิทยาลัยและทำความรู้จักรุ่นพี่ในสายอาชีพ อาจเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราหาสถานที่ฝึกงานได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น (แต่เราก็ต้องเป็นคนที่น่าประทับใจมากเพียงพอ ที่รุ่นพี่จะไว้ใจแนะนำสถานที่ฝึกงานให้เราได้นะคะ 😊)
  • การฝึกงานกับธุรกิจครอบครัวหรือญาติ เป็นหนึ่งวิธีที่แต่ละมหาวิทยาลัยยอมรับและกำหนดกฎเกณฑ์ไม่เหมือนกัน แต่สำหรับทาง UNBOX นั้นเชียร์ให้น้องๆลองหาประสบการณ์ในสิ่งที่อยากลองทำ แต่คว้าโอกาสได้ยากมากกว่า เพราะการฝึกงานนั้นถือเป็นโอกาสที่ดีที่ทำให้เรารู้ตัวเองในวัย 20 ต้นๆว่าชอบอะไร และไม่ชอบอะไร ซึ่งบางครั้งพอเรียนจบแล้วเราอาจจะไม่มีโอกาสการลองผิดลองถูกเช่นนี้อีก
  • การฝึกงานบริษัทใหญ่ หรือบริษัทเล็กนั้นไม่มีคำตอบที่ถูกต้องตายตัว หากกล่าวโดยทั่วไปแล้ว การฝึกงานบริษัทใหญ่นั้นให้ชื่อเสียงที่ดี และเราจะได้หัดเรียนรู้งานเป็นระบบในภาพกว้าง แต่งานฝึกงานบริษัทเล็กนั้นก็มักทำให้เราได้หัดทำงานหลากหลายครบวงจร และได้เรียนรู้กระบวนการของงานๆหนึ่งตั้งแต่ต้นจนจบได้ง่ายดายกว่า

Step 2: ช่วงเตรียมตัวสมัครฝึกงาน

  • เตรียมพร้อม Resume และร่างอีเมลให้ดูสุภาพ เป็นทางการ น่าเชื่อถือ หากสายงานใดที่ต้องการ Portfolio เช่นสายงานดีไซน์ต่างๆ ให้ทยอยสะสมและเตรียมไว้ล่วงหน้าได้เลย ไม่ต้องรอช่วงที่จะสมัครนะคะ ที่สำคัญลองตรวจทานภาษาและเช็คตัวสะกดให้ดี เนื่องจากภาษาเขียนนั้นมักเป็นความประทับใจด่านแรกที่เราสร้างให้แก่บริษัทได้ค่ะ
  • ในระดับการสมัครฝึกงาน ให้น้องๆ เตรียมรูปถ่ายหน้าตรง ชัด หากไม่อยากเสียเงินเข้าสตูดิโอ อาจให้เพื่อนๆช่วยถ่ายด้วยกล้องที่คุณภาพดี หาสถานที่ที่แสดงดีๆ เช่นแสงละมุนๆช่วงเช้า อาจถ่ายในชุดนักศึกษา Background สีพื้นดูเรียบร้อย แต่งชุดเป็นทางการแต่มีรอยยิ้มเล็กน้อยสดใส ถ้าไม่มั่นใจว่าบริษัทไหนจะรับความ Casual ของเราได้มากน้อยแค่ไหน แต่งชุดสุภาพและแจกยิ้มที่มุมปากนิดนึงน่ารักสดใสนั้นปลอดภัยที่สุดค่ะ
  • สมัครฝึกงานที่ละหลายๆที่ได้ไหม? คำตอบคือได้ แต่ต้องไม่หว่านมากเกินไปจนเราจดจำไม่ได้ (ดังนั้นอันนี้แล้วแต่คนว่าเรา Manage ตัวเองได้ดีมากน้อยแค่ไหน) ควรกำหนดระยะเวลาในการสมัครในที่ๆเราอยากฝึกมากที่สุดไม่เกิน 2-3 ที่ก่อน และหากได้รับการตอบรับจากที่ใดแล้ว ควรแจ้งบริษัทอื่นที่ได้ยื่นใบสมัครสักเล็กน้อยหากเราทราบว่าเขากำลังพิจารณาเราอยู่ เพื่อเป็นการรักษามารยาทที่ HR บริษัทอื่นๆจะไม่ต้องเสียเวลากับเราค่ะ

Step 3: ช่วงสัมภาษณ์

  • ก่อนไปสัมภาษณ์ ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทให้มากที่สุด บริษัทเขาทำอะไร ขายอะไร ใครเป็นผู้บริหาร มีโครงสร้างวิธีบริหารงานอย่างไร และอาจศึกษางานที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ตนสมัคร เช่น หากเราสมัครในตำแหน่งที่เกี่ยวกับการสื่อสารหรือ Marketing ก็ต้องสำรวจสื่อ โดยเฉพาะสื่อโซเชียลมีเดียของทางแบรนด์นั้นให้มากๆ
  • ตรวจสอบเส้นทาง Confirm สถานที่ในการนัดหมาย และไปก่อนเวลานัดอย่างน้อยที่สุด 10-15 นาที เพื่อที่ทำให้ตัวเราเองรู้สึกไม่ตื่นเต้นมากเกินไป และไม่หอบจากการเดินทางไกล
  • หากไม่มั่นใจหรือไม่ได้รับบรีฟว่าต้องแต่งกายอย่างไร การแต่งชุดนิสิตนักศึกษาเต็มรูปแบบนั้น สุภาพและปลอดภัยต่อภาพลักษณ์ของเราเองมากที่สุด หรืออาจมีเสื้อกันหนาวบางๆ คาร์ดิแกนสีสุภาพนั้นไม่ใช่เรื่องผิด รองเท้านั้นเป็นสีเข้มสะอาดเรียบร้อยจะดีที่สุด
  • การแต่งหน้าทำผมนั้นน้องๆยังสามารถเป็นตัวเองได้ ผู้ชายอาจหวีผมเรียบร้อย ผู้หญิงอาจจะแต่งหน้ามากน้อยตามแต่ความเป็นตนเอง และเหมาะสมกับบริษัทและตำแหน่งงาน แต่เหนืออื่นใดเรื่องความสะอาดนั้นเป็นภาพลักษณ์ที่ดูดีอย่างสากลค่ะ
  • ในการไปสัมภาษณ์นั้นไม่ควรหอบของไปพะรุงพะรัง เลือกกระเป๋าไปสัก 1 ใบที่เก็บของได้เรียบร้อย หากสายอาชีพไหนต้องโชว์ผลงานอาจ Print เอกสารหรือเตรียม Gadget ตามกำลังทรัพย์เช่น iPad หรือ Laptop ไป
  • แม้โลกจะ goes digital แต่การ print Resume และเอกสารรับรองผลการเรียน (Transcript) ออกมาเป็นกระดาษนั้นยังเป็นการเตรียมตัวที่ดีเสมอ แม้สุดท้ายแล้วทางผู้สัมภาษณ์จะดูหรือเตรียมมาเองหรือไม่ก็ตาม (ใส่แฟ้มให้เรียบร้อย เอกสารจะได้ไม่ยับนะคะ)
  • ในการสัมภาษณ์นั้นมีรายละเอียดที่ค่อนข้างมาก ทาง UNBOX จึงอาจไม่สามารถบอก Tips ตัวเองในนี้ได้ทั้งหมด เพียงแต่ให้คำแนะนำได้สั้นๆว่าเราควรแสดงความสนใจและใส่ใจในการทำการบ้านเกี่ยวกับบริษัทที่จะสมัครมาอย่างดี และเป็นตัวของตัวเองในเวอร์ชั่นที่สุภาพค่ะ
  • จบการสัมภาษณ์อย่างประทับใจด้วยการขอบคุณที่ทางบริษัทได้ให้โอกาสเรียกเรามา และไม่ใช่เรื่องผิดมารยาทหากเราจะลองสอบถามอย่างสุภาพว่าการทราบผลการตอบรับจะเป็นภายในช่วงเวลาใด ทั้งนี้เพราะทำให้เราสามารถจัดการตนเองได้เช่นเดียวกันค่ะ

และเมื่อสัมภาษณ์เสร็จสิ้น เราสามารถทำใจให้สบาย และอย่าลืมประเมินสิ่งที่ดีและข้อปรับปรุงของตัวเองในแต่ละครั้งนะคะ เพราะหากมีการสัมภาษณ์ครั้งหน้าเราจะได้พัฒนาตนเองให้ดีขึ้นได้ ทาง UNBOX BKK ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆทำได้ดีที่สุดในการสมัครฝึกงานในแต่ละครั้ง และมี Tips ไหนที่เวิร์ค ไม่เวิร์ค หรืออยากแชร์ประสบการณ์ต่อ อย่าลืมมาบอกกันบ้างนะคะ 😊

Contributor

Jinsiree Palakawongsa Na Ayudhya

Full-time lecturer at a school of communication arts and freelance event planner. Living with a strong passion for experiential and event marketing. Her happiness is all about making event audiences smile and playing with her cats.

Contributor

Share this post with your friends

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

More Articles

3 หลักการผลิตคอนเทนต์ ‘ขายของ’ ยังไงให้ปัง และคนไม่รังเกียจ

เมื่อออกตัวว่าโพสต์ที่คุณกำลังจะได้อ่านเป็นช่วงโฆษณานะ หรือคลิปที่คุณกำลังจะได้ดูต่อไปนี้ ต้องการที่จะขายของนะ ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะดึงตัวเองออกมาจากการเสพคอนเทนต์นั้นในทันที เพราะตามธรรมชาติแล้ว ไม่ต่างจากการเสนอขายประกันฯ เมื่อคนรู้เท่าทันว่าตนกำลังจะกลายเป็นกับดักของการขายเมื่อไร มากกว่า 80% จะบอกปัดเอาไว้ก่อน

Read More »
blog
Karn Triamsiriworakul

อุ่นใจเมื่อซื้อบ้าน ด้วยบริการตรวจรับบ้าน-คอนโด

หากไม่เคยมีแผนซื้อบ้านหรือคอนโดก็อาจจะไม่รู้เลยว่าบนโลกนี้มี “บริการตรวจรับบ้านและคอนโด” อยู่ด้วย โดยก่อนที่จะมีการส่งมอบงานจากผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้ใช้บริการจะจ้างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจหาข้อบกพร่องจากก่อสร้าง เพื่อแจ้งให้ผู้ก่อสร้างรับผิดชอบแก้ไขงานให้เรียบร้อยเสียก่อน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีบริษัทและฟรีแลนซ์จำนวนมากเข้ามาเปิดรับงานประเภทนี้ เนื่องจากเป็นงานด้านให้คำปรึกษา

Read More »
Comodo SSL