“Money Can’t Buy Me Love” ประโยคจากเพลงดังของ The Beatles ที่ว่า “เงินน่ะซื้อความรักให้กับฉันไม่ได้หรอก” อาจจะถูกต้องกับบริบทของยุคสมัยก่อนที่ถ้าคุณอยากจะรักกับใคร คุณก็ต้องเดินเข้าไปหาเธอ เปิดประโยคเริ่มบทสนทนาเพื่อทำความรู้จัก ลุยทุกขั้นตอนเพื่อความรักด้วยตัวเอง…

Fast Forward มาที่ปี 2012 เป็นต้นไป ช่วงเวลาที่สองแพลตฟอร์มหาคู่อย่าง OKCupid และ Tinder แจ้งเกิดและกลายเป็นที่พึ่งทางใจอันดับต้นๆ ของหนุ่มโสดสาวโสดทั่วโลก เนื้อร้องของลุง John Lennon กับ Paul McCartney ก็อาจจะพูดได้ไม่เต็มปากสักเท่าไรแล้วว่าความรักใช้เงินซื้อไม่ได้ ตั้งต้นด้วย Smartphone กับแพ็กเกจอินเตอร์เนต ลงทุนเพิ่มด้วยแพ็กเกจ Premium ผลกำไรที่คุณได้กลับมาอาจจะเป็นคู่ชีวิตในอนาคตก็เป็นไปได้!

ไม่ชอบปัดซ้าย ถ้าใช่ปัดขวา บทความนี้จะพาทุกคนมาสำรวจไปพร้อมๆ กันว่าการกำเนิดของ Dating App ทั้งหลายใช้เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ที่จับต้องไม่ได้มาแปลงเป็นเม็ดเงินมูลค่ามหาศาลได้อย่างไรและเปลี่ยนวิถีในการ “พบรัก” ของคนในสมัยนี้ไปมากแค่ไหน

Invest to Find the Right One

ถึงแม้หลายๆ แอปพลิเคชั่นจะเปิดให้ Users ดาวน์โหลดและใช้บริการได้ฟรี แต่เพื่อโอกาสในการได้พบกับ ‘ความรักที่ดีกว่า’ ก็ย่อมต้องมีการลงทุน ทุก Platform มีระบบ Subscription ที่ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อแพ็กเกจเพื่อเข้าถึงฟีเจอร์การใช้งานแบบพรีเมียม

Tinder Marketing

ยกตัวอย่างเช่น Tinder มีแพ็กเกจ Tinder Plus ที่มาพร้อมกับค่าบริการเดือนละ 9.99 ดอลลาร์สำหรับคนที่อายุน้อยกว่า 30 และ 19.99 ดอลลาร์สำหรับคนอายุ 30 ขึ้นไป โดยในราคานี้ตัวแอปฯ ยื่นข้อเสนอว่าจะมีฟีเจอร์ต่างๆ ที่เอื้อกับการจับคู่ในอัตราที่สูงขึ้น อย่างเช่น Unlimited Likes ที่สามารถปัดขวาเพื่อเลือกแมตช์กับคนมากเท่าไรก็ได้ สามารถส่ง Super Likes ไปบอกอีกฝั่งหนึ่งว่าเราสนใจเขากว่าคนอื่นๆนะ หรือแม้กระทั่งฟีเจอร์ Passport ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานเลือกดูโปรไฟล์ของคนที่ไม่ได้อยู่ในประเทศเดียวกันได้ และถ้ายังรู้สึกว่าฟีเจอร์ที่มาพร้อมกับ Tinder Plus นี้ไม่จุใจพอ ก็สามารถเติมเบี้ยลงทุน ซื้อแพ็กเกจ Add-on ที่ชื่อว่า Tinder Gold ได้ในราคา 4.99 เหรียญ โดยพลังพิเศษที่จะได้มาเพิ่มก็คือการแอบส่องดูว่าคนที่เราเล็งเอาไว้ Swipe Right ที่เราเหมือนกันหรือเปล่า

การเสนอขายโอกาสในการจับคู่ที่ดีกว่าผ่านแพ็กเกจเหล่านี้สร้างรายได้ให้กับ Tinder อย่างมหาศาล และได้ขึ้นแท่นเป็น The Most Grossing Apllication หรือแอปพลิเคชั่นที่ทำเงินได้สูงสุดใน App Store แซงหน้าเกม Candy Crush ในปี 2018 หลังจากที่ปล่อยฟีเจอร์ Tinder Gold ออกมา และสามารถสร้างรายได้ทะลุ 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 37,000 ล้านบาทภายในปี 2019 เพียงปีเดียว พูดได้ไม่ผิดว่าบรรดา Dating App ทั้งหลายแปรรูปความรักที่ล่องลอยอยู่ในอากาศให้กลายเป็นธุรกิจขนาดยักษ์ สร้างมูลค่าที่จับต้องได้

Dating is Shopping

อิทธิพลของ Dating App ไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะ Landscape เชิงเศรษฐกิจเท่านั้น แต่การถือกำเนิดของแอปฯ เหล่านี้เปลี่ยนวิถีของความรักไปอย่างสิ้นเชิง จากการค่อยๆคุยและค่อยๆทำความรู้จักอย่างละมุนละไม กลายเป็นว่า Dating App ย่นระยะเวลาในการค้นพบคนที่ใช่อยู่แค่จังหวะที่ปลายนิ้วปัดหน้าจอ

บทความในเว็บไซต์ The Atlantic เขียนเกี่ยวกับไอเดียที่น่าสนใจนี้เอาไว้ว่าแอปฯ หาคู่กลายเป็นเหมือน Marketplace หรือตลาดนัดของคนโสดที่เข้ามา “เดินช็อป” เพื่อหาคนที่ดูเข้าที มีออปชั่นให้เลือกมากมายไม่รู้จบ และเหมือนกับเวลาที่เราเดินซื้อเสื้อผ้า ก็คงไม่มีใครอยากเสียเวลาเดินเข้าเดินออกห้องลองเสื้อหลายๆครั้ง Dating App ให้อิสระกับคนโสดในการเลือกทำความรู้จักทีละหลายๆ คนเพื่อหาตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากที่สุดโดยไม่ต้องมีข้อผูกมัดและไม่ต้องรู้สึกแย่

เหมือนกับว่า ถ้าเสื้อตัวที่ 1 ยังไม่ใช่ ตัวที่ 2, 3, 4 ก็รอให้ลองได้สวมใส่แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่ถ้ายังไม่มีตัวไหนที่เข้าตาอีก ก็แค่ต้องกลับบ้านมือเปล่าไป

All About the ‘Look’

การปิ๊งรักใครสักคนเกิดขึ้นด้วยหลายปัจจัย หลายครั้งเป็นเพราะรูปลักษณ์และคุณสมบัติทางกายของคนๆนั้น อีกหลายๆ ครั้งเป็นเพราะนิสัยใจคอ แต่สำหรับ Dating App แล้ว ด้วยความที่ทุกอย่างเกิดขึ้นบนหน้าจอ การปิ๊งกันในขั้นแรกเลยถูกบีบเหลือแค่รูปโปรไฟล์และข้อความในส่วนของ Bio เท่านั้นที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการตัดสินใจ

Chaim Kuhnreich กูรูด้านมาร์เกตติ้งจากมหาวิทยาลัย Concordia เขียนเอาไว้ในเว็บไซต์ The Conversation ว่านี่คือสกุลเงินในการออกเดต (Currency of Dating) นั่นคือคนเรามักจะโชว์สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของคนที่ใช่เพื่อแลกเปลี่ยนกับการ Swipe Right โดยการค้นพบของ Chaim บอกว่า Strategy ในการเซตโปรไฟล์ของหนุ่มโสดสาวโสดต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ผู้ชายส่วนใหญ่จะชอบแสดงอำนาจด้านการงานและฐานะการเงินผ่านรูปโปรไฟล์ อย่างเช่น รูปถ่ายคู่กับรถสปอร์ตหรือนาฬิกาเรือนหรู โชว์ไลฟ์สไตล์แพง ๆ ในขณะที่ผู้หญิงส่วนมากจะบอกใบ้ถึงบุคลิกและตัวตนของเธอผ่านโปรไฟล์มากกว่า บางคนแจ้งก็เจตจำนงของตัวเองชัดเจนว่าฉันต้องการมาหาความสัมพันธ์นะ ไม่ใช่ความรักประเดี๋ยวประด๋าว บางคนก็ใช้รูป Selfie คู่กับเด็กหรือน้องหมาเพื่อโชว์ความอ่อนโยน อย่างไรก็ตาม ถึงโปรไฟล์จะเป็นเพียงด่านแรก แต่แค่รูปกับข้อความไม่กี่ประโยคก็ไม่สามารถตัดสินคนๆ หนึ่งได้ทั้งหมด ใครจะไปรู้ล่ะเนอะว่าคนที่ถ่ายรูปไม่ขึ้นหรือพรีเซนต์ตัวเองไม่เป็นที่เราปัดผ่านไป อาจเป็นคนที่ใช่สำหรับเราในชีวิตจริงมากกว่าก็ได้

การเดตผ่านแอปฯ อาจเป็นตัวช่วยที่ดีในขั้นเริ่มต้น แต่สุดท้ายแล้วเรื่องของความรักก็ไม่ใช่สิ่งที่ใช้เงินแลกซื้อมาได้ทั้งหมด หรือเป็นเรื่องง่ายเหมือนการ Scroll และ Swipe…

Tinder เปิดทางให้ ส่วนเรื่องจังหวะของเวลา Chemistry การมองเห็นภาพของรูปแบบความสัมพันธ์ที่ตรงกัน ก็เป็นหน้าที่คนสองคนแล้วล่ะว่าจะทำให้ความรักครั้งนี้ไปต่อได้ไกลแค่ไหน ทีมงาน UNBOX BKK ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านนะคะ

Nisara

Contributor

Nisara Sittatikarnvech

A full-time Content Editor, part-time travel and lifestyle blogger. Mint has found her passion to become a story teller through the use of text, images and videos since she graduated from Faculty of Arts, Chulalongkorn University. Moving from the status of a Junior Writer to Social Media Editor at CLEO magazine to Content Editor at LINE TODAY, she has learned that ‘content creation’ is what she lives for. She also founded a travel blog called Travelerspulse where she continues to share her stories from amazing journeys around the globe!