(บทความนี้แปลและดัดแปลงจากต้นฉบับภาษาอังกฤษที่เขียนโดย Amanda Powell เผยแพร่ผ่านเวปไซต์ DigitalMarketer วันที่ 15 กรกฎาคม 2020)

 

เดินทางกันมาถึงครึ่งปี 2020 แล้ว (ไม่อยากจะเชื่อเลย) แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงแบบเหนือความคาดหมายเกิดขึ้นมากมายในปีนี้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เป็นไปตามความคาดหมายและเพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน นั่นก็คือการอัพเดทอัลกอริทึม (Algorithm) ของ Google

การอัพเดทระบบหลักๆ ของ Google เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเป็นการอัพเดทที่ต่อเนื่องจากการอัพเดทระบบหลักเมื่อเดือนมกราคม ซึ่งดูเหมือนว่าคราวนี้ Google จะเจาะลึกลงไปในเนื้อหาที่มีคุณภาพ หรือ Quality Content รวมถึงวิธีที่ระบบคำนวณ (อัลกอริทึม) ของ Google ทำงานร่วมกับเนื้อหาเหล่านี้ ซึ่งต้องบอกก่อนว่าการเจาะลึกเนื้อหาที่มีคุณภาพนี้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ Google ทำมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังมีเสียงจากผู้ใช้งาน Google เป็นระยะๆ ว่าหลายครั้งการค้นหานั้นไม่ได้ผลตามที่ต้องการเสมอไป

หาก Google กำหนดอัลกอริทึมและมีการอัพเดทอีก ซึ่งทุกคนก็ยังไม่รู้ว่าอะไรจะเปลี่ยนไปอีกบ้าง เราก็คงจะต้องใช้เวลาอีก 2-3 เดือน เพื่อทำความเข้าใจกับมัน 😅 เนื่องจากเราไม่ได้มีข้อมูลวงในจากทีม Google SEO เราคงต้องวิเคราะห์ข้อมูลจากการอัพเดทระบบหลักของ Google ตามที่สิ่งที่เห็นในโลกของ SEO ซึ่งทีมงาน UNBOX BKK ได้รวมรวมและแปลมาให้อ่านในบทความนี้

อัพเดทความรู้ 3 สิ่งในโลก SEO ของไตรมาส 3 ที่นักการตลาดต้องฟัง!
1. Landing Page ต้องมีเนื้อหาภาพรวมที่ชัดเจน
หากต้องการให้เพจหรือเว็บไซต์อยู่ในอันดับต้นๆ เอาสิ่งที่ไม่จำเป็นออกออกจากเพจหรือเว็บไซต์ไปซะ อย่างที่บอกไปว่า Google จะให้ความสำคัญกับหน้าเว็บที่มีการโฟกัสไปที่เนื้อหา สิ่งที่ผู้เขียนมองว่าเฉียบที่สุด คือการที่บทความต่างๆ นั้นโฟกัสไปที่โพสต์ใดโพสต์หนึ่งในหน้าเดียว เช่น บทความเรื่อง “สิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับการโฆษณาดิจิทัล” หรือบทความเรื่อง “สิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับการทำการตลาดด้วย Content”

ในมุมของระบบ SEO นั้น จะเห็นว่าหน้า Landing Page ต่างๆ ล้วนมีจุดประสงค์เดียวกัน นั่นคือการสร้างเนื้อหาสาระที่มีปริมาณมาก (Long-Form Content) เพื่อช่วยในการจัดอันดับ Keywords (เช่นการทำ Digital Marketing และ Content Marketing) ยิ่งเนื้อหายาว ผู้อ่านก็ยิ่งใช้เวลาในการอ่านนานขึ้น และเมื่อใช้เวลาอ่านนานขึ้น ก็แปลว่าเขาอยู่บนหน้าเพจของเรานานขึ้นเช่นกัน นั่นทำให้ Bounce Rate หรือการเข้าเว็บไซต์หน้าใดหน้าหนึ่งหรือหน้า Landing Page แล้วออกไป โดยไม่เข้าหน้าอื่นๆ ของเว็บไซต์ของเราจะลดลง นี่คือสิ่งที่ระบบของ Google ชอบจนอยากดันเพจของเรา

ที่สำคัญ หน้าเพจเหล่านี้ยังมีจุดประสงค์สำหรับผู้อ่าน การที่ระยะเวลาที่ใช้บนหน้าเพจสูงและอัตรา Bounce Rate ต่ำนั้นถือว่าดีมาก เพราะมันบอกว่าผู้อ่านของเราชอบสิ่งที่พวกเขากำลังอ่าน เราต้องการใช้โพสต์หลักเหล่านี้ในการสร้างการรับรู้ หรือBrand Awareness สร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) และเปลี่ยนผู้อ่านให้กลายเป็นแฟนประจำ เพื่อเปลี่ยนสถานะกลุ่มคนเหล่านี้จากผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ให้เป็นลูกค้า (Customer Value Journey)

ถึงตอนนี้เรายังคงต้องหาสาเหตุกันต่อ ว่าอะไรทำให้โพสต์หลักในเว็บหรือ Landing Page ของเราทำงานได้ดี ขณะที่ Google ยังคงเดินหน้าหาคำตอบว่า “เนื้อหาที่ยอดเยี่ยมและส่งผลลัพธ์ที่ดีคืออะไร” ซึ่งถึงตอนนี้แม้จะยังไม่มีคำตอบที่ดีที่สุด หน้าที่ของเราคือการโฟกัสเรื่องสร้างเนื้อหาที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้อ่าน เรียกว่าอย่างไรก็ได้ประโยชน์กันทั้งคู่ 🎉

2. คุณภาพสำคัญกว่าการเป็นจ้าวแห่งยุทธจักรในวงการ
การมีเนื้อหาที่มีคุณภาพถือว่าเจ๋งแล้ว แต่สิ่งที่เจ๋งยิ่งกว่าคือเมื่อเนื้อหาที่มีคุณภาพเอาชนะเว็บไซต์ยอดนิยมที่มีเนื้อหาคล้ายกันอยู่ในเว็บไซต์ ดังนั้นการอัพเดท SEO จึงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับนักการตลาดและธุรกิจต่างๆ ที่เผยแพร่เนื้อหาที่มีคุณภาพสูง จากนี้ธุรกิจไม่จำเป็นต้องเป็นแบรนด์ดังๆเพื่อครองอันดับหน้าแรกอีกต่อไป เพียงแค่ต้องผลิตเนื้อหาคุณภาพออกมา (และมีปริมาณ Traffic ที่ดี) ธุรกิจและแบรนด์ก็สามารถขยับอันดับเว็บไซต์ขึ้นสูงได้

การอัพเดทใหม่นี้คงจะเป็นสาเหตุที่ทำให้โพสต์หลักที่เรากล่าวถึงข้างต้นปรากฎอยู่ในอันดับต้นๆ ของผลการค้นหา ไม่อยากจะอวดเลย ก็เพราะเนื้อหาของเรามีคุณภาพ ผู้อ่านก็ชอบ และ Google ก็ดีใจที่ผู้อ่านชอบเนื้อหาของเรา นั่นก็คือเหตุผลที่ทำไม Google จัดอันดับเราให้อยู่ในลำดับต้นๆ

เราสามารถขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับต้นๆ แทนที่เพจต่างๆ ที่เราเคยสู้แบบหืดขึ้นคอ
การอัพเดทระบบหลักเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาได้เปิดโอกาสให้เว็บไซต์ที่มีผู้ชมน้อยขยับอันดับขึ้นสูงได้เป็นครั้งแรก แม้ว่าความเป็นเว็บไซต์ยอดนิยมยังคงมีความสำคัญอยู่ แต่พวกเขาก็ทดลองให้โอกาสเว็บไซต์เจ้าเล็กๆ ด้วยเช่นกัน

ตราบใดที่เว็บไซต์เจ้าเล็กๆ เหล่านี้พยายามสร้างเนื้อหาให้ดีกว่าเดิม การอัพเดทครั้งนี้ก็คือความพยายามที่จะเข้าถึงผู้อ่านด้วยเนื้อหาที่ดีที่สุดจากการค้นหานั่นเอง

3. Backlinks ที่มีคุณภาพสูงจะยังคงครองแชมป์ต่อไป
กลยุทธ์ที่ดูเหมือนว่าจะรอดจากการอัพเดทครั้งต่างๆ ของ SEO มาก็คือ Backlinks หรือลิงก์ที่เชื่อมโยงจากเว็บไซต์อื่นๆ เพื่อกลับมาที่เว็บไซต์ของเรา และหลังจากที่มีการอัพเดทหลักเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เรายังคงเห็น Backlinks อยู่ นี่อาจเป็นสาเหตุที่ยังมีหลายแบรนด์ส่งอีเมลมาขอ Backlinks ใหม่ๆ อยู่😂

Backlinks ช่วยสร้างโปรไฟล์ที่เชื่อมโยงจากเว็บสู่เว็บให้แข็งแกร่ง ในเชิงของ SEO คือการที่ลิงค์ที่เชื่อมโยงจากเว็บไซต์อื่นๆ ลิงก์กลับมาที่เว็บไซต์ของคุณ เว็บไซต์ที่คนเข้าเยอะๆก็จะมีสิทธิ์ ส่วนเว็บที่ไม่ได้รับความนิยมจะไม่ค่อยมีลิงค์กลับมามากนัก

Backlinks เหล่านี้เปรียบได้กับการได้ฟังประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าก่อนซื้อเครื่องชงกาแฟที่แพงหูฉี่ในช่วงสองสามอาทิตย์หลังจากที่คุณรู้ว่าจะไม่ได้กลับไปทำงานที่ออฟฟิศอีกระยะหนึ่ง ครั้งนั้นมันเป็นการซื้อด้วยคะแนน 10/10 (คาเฟอีนน่าจะพาไป) แต่เหตุผลหลักๆ ที่คุณซื้อก็เพราะรีวิวดีๆ ที่คุณได้อ่านมาก่อนหน้านี้ต่างหาก

เมื่อ Google เห็นว่าคุณมี “รีวิว” (ซึ่งก็คือ Backlinks) จำนวนมากที่ลิงค์มาจากเว็บไซต์อื่นๆ มาถึงเว็บไซต์ของคุณ พวกเขาก็จะมองว่าเว็บไซต์นี้น่าเชื่อถือ และหากเว็บไซต์อื่นๆ กำลังจะพูดถึงธุรกิจคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมสูงกำลังพูดถึงคุณมากๆ เข้า Google ก็จะยิ่งมั่นใจว่าคุณรู้จริงในสิ่งนั้น

แม้ว่า Backlinks จะไม่ได้เป็นกลยุทธ์ใหม่ของ SEO แต่ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อยที่มันยังคงมีความสำคัญอยู่ในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

เรายังคงสรุปไม่ได้ว่าทั้งหมดนี้คือการอัพเดทหลักเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาแล้วจริงๆ แต่ก็ยังโชคดีที่ Google บอกให้เรารู้ตัวก่อนว่าจะมีการอัพเดทเกิดขึ้น เราจะได้เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่เราจะได้จาก Google

และเราเองก็ตื่นเต้นที่จะได้เห็นคุณเตรียมพร้อมรับมือในเรื่อง SEO ไปพร้อมๆ กับเรา 😊

Contributor

Pol.Lt.Pichapen Sorum, Ph.D.

Pichapen is specialized in fields ranging from Public Policy to Content Marketing and Social Media Advertising. She’s experienced in working with both Government entities, and Start-Ups through the last decade. She’s also worked in translation, transcreation & copywriting for over 15 years and was positioned as a magazine editor for an online magazine before moving to FinTech. Pichapen is now working as a marketing manager for a Singaporean Start-Up, based in Thailand.