เทคโนโลยีช่วยเพิ่มโอกาสในการขายอสังหาริมทรัพย์ให้กับคนที่อยู่ไกลๆ ไม่สะดวกเดินทางมายังสถานที่ด้วยตัวเอง ทั้งยังให้ข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจ ช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพของห้องและอาคารได้ชัดเจน ประหยัดเวลาทั้งกับผู้ขายและลูกค้า เมื่อเทคโนโลยียังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ทีม UNBOX ขอนำตัวอย่างมาให้ดูกันว่า ตอนนี้วงการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ใช้เทคโนโลยีช่วยพวกเขาขายของอย่างไรกันบ้าง

Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR)
ด้วยกล้อง 360 องศา ประกอบการใช้เทคโนโลยีจำลองบ้านในลักษณะ 3 มิติ ทำให้เราสามารถใช้คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน โดยจะมีแว่น VR หรือไม่ก็ได้ ในการชมดีไซน์ของอาคารและสิ่งปลูกสร้างรอบด้าน ไปจนถึงสำรวจภายในห้องพักอาศัยได้เองตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องรอนายหน้าพาชม

(Virtual Tour ของ www.ddproperty.com ที่ทำงานเหมือน Google Maps สามารถพาเราชมบรรยากาศภายในโครงการและ Facility ต่าง ๆ ที่โครงการจัดให้)

(VR สำรวจภายในที่พัก โดยเราสามารถกดดูห้องต่าง ๆ ได้เสมือนเราเดินเข้าไปดูด้วยตัวเองจริง ๆ นอกจากนี้ยังกดดู Doll House โมเดลบ้านจำลองจากมุมสูง, คลิกเพื่อวัดความสูง ความยาวผนัง รวมไปถึงดู Floor Plan ของห้องและตัวอาคารได้ด้วย)

นอกจากนี้ สำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่ยังสร้างไม่เสร็จหรือยังไม่ได้รับการตกแต่ง ก็สามารถใช้เทคโนโลยี AR ประกอบกับแอปพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน เพื่อเปลี่ยนภาพในแคตตาล็อกหรืออินเทอร์เน็ตให้กลายเป็นโมเดล 3 มิติ ผู้ชมจะได้สามารถเห็นโมเดลของทั้งอาคาร มองเห็นความสูงและ Landmark โดยรอบได้ก่อนที่โครงการจะสร้างเสร็จ โดยลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปดูโมเดลถึงโชว์รูมด้วย

(ขอบคุณรูปจาก YouTube: James Dearsley)

Content Marketing
อย่างที่ทราบกันว่า Content is king ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็เช่นกัน เป็นการสร้างเรื่องราวและภาพลักษณ์ที่ดีให้ผู้คนจำได้ เผื่อว่าในอนาคตพวกเขาจะมาเป็นลูกค้าของเรา เป็นการสร้าง Content ที่แสดงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ และสอดแทรกอสังหาริมทรัพย์เข้าไปในตอนท้าย ตัวอย่างเช่น เรื่องราวของครอบครัวที่อยู่บ้านแล้วออกกำลังกาย ดูหนัง วิ่งเล่น ทำงาน ทำอาหารอย่างมีความสุข ทำให้รู้สึกว่าบ้านสามารถเป็นทุกอย่างได้ โดยถ่ายตัวบ้านหลายๆมุม และปิดท้ายด้วยโลโก้ของแบรนด์

สำหรับภาพนิ่งอาจจะไม่ได้เป็นที่นิยมแล้วในปี 2021 เนื่องจากคนให้ความสนใจคลิกดูเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับวีดีโอมากกว่าภาพนิ่งอย่างน้อย 20% ไม่ได้หมายถึงการเลิกถ่ายภาพนิ่งไปเลย แต่สำหรับการสร้าง Content ชิ้นใหญ่ การหันไปลงทุนกับถ่ายทำและตัดต่อวีดีโอก็ดูจะให้ผลตอบแทนกลับมาสูงกว่า

การถ่ายวีดีโอก็ต้องให้เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์มที่จะนำไปใช้ด้วย เช่น ใน YouTube คนดูวีดีโอในแนวนอน แต่ถ้าเป็น Instagram หรือ Tik Tok คนดูวีดีโอในแนวตั้ง Content เหล่านี้อาจจะมีทั้งที่แบรนด์ทำเอง หรือไปทำแคมเปญร่วมกับเหล่า Influencers

(Content Marketing โดย Sansiri ลงในแพลตฟอร์ม Tik Tok โดยนำผู้ที่มียอดผู้ติดตามเยอะบน Tik Tok อย่าง Ticha มาร่วมสร้าง Content ด้วยกัน ให้ความบันเทิงพร้อมทั้งแทรกขายฟีเจอร์ต่างๆ ในแต่ละโครงการของ Sansiri www.tiktok.com/@sansiriplc)

(โฆษณากึ่งสารคดีผ่าน Influencer อย่าง Boom Tharis)

ในตอนนี้มีการนำโดรนเข้ามาช่วยบินถ่ายทำโฆษณาด้วย เพราะโดรนให้ภาพจากมุมสูง สามารถถ่ายภาพกว้างได้ ซึ่งการแสดงภาพรวมและบรรยากาศเป็นจุดขายที่สำคัญของอสังหาริมทรัพย์อยู่แล้ว ประกอบกับการตัดต่อและความคิดสร้างสรรค์ก็สร้างงานโฆษณาที่น่าตื่นตาตื่นใจขึ้นได้ เช่น ใช้โดรนถ่ายภาพมุมสูงให้เห็น Landmark สำคัญรอบอสังหาริมทรัพย์ หรือใช้การตัดต่อถ่ายที่ดินว่างเปล่า ประกอบกับการใช้คอมพิวเตอร์จำลองโมเดล 3 มิติ เติมที่ดินว่างเปล่านั้นให้มีอาคารขึ้นมา

Live ทัวร์ขายอสังหาริมทรัพย์

(คุณโบวี่ – อัฐมา กำลังช่วย Live ขายบ้านผ่านทาง YouTube: Bowie Atthama)

การ Live แบบ Open House พาทัวร์รอบบ้าน ช่วยให้เปิดขายอสังหาริมทรัพย์แก่ผู้ซื้อจำนวนมากได้พร้อมกัน และในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ผู้ขายและทีมงานตอบคำถามลูกค้าได้ด้วย โดยผู้ขายสามารถจัดรอบในการ Live ส่งลิงก์ให้ผู้ที่แสดงความสนใจได้เข้าร่วมรับชม กระจายข่าวเรื่องวันเวลาหัวข้อการ Live ให้กับ Influencers ไปบอกต่อในแวดวงของพวกเขา

และเช่นเดียวกับการถ่ายทำคลิป การ Live ก็สามารถใช้โดรนบินประกอบได้ ช่วยให้การทัวร์ดูมีสีสันมากขึ้น เพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ที่เข้ามารับชมด้วยครับ

(การใช้ Drone ประกอบการ Live ขายบ้านผ่านทาง YouTube และสามารถปิดการขายได้)

Website และ Search Engine Marketing
เว็บไซต์เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่ช่วย Match อสังหาริมทรัพย์กับความต้องการลูกค้า โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกตัวคัดกรองจากประเภทอสังหาริมทรัพย์ พื้นที่ และราคาได้ จึงช่วยคัดตัวเลือกให้ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

 

(https://thinkofliving.com เว็บไซต์ คิด.เรื่อง.อยู่ ซึ่งมีฟีเจอร์ช่วยหาอสังหาริมทรัพย์ และยังเต็มไปด้วยรีวิวอสังหาริมทรัพย์จากทั่วไทยให้ดูกันเพลินๆ)

(DDproperty.com นอกจากฟีเจอร์สำหรับเสิร์ชหาอสังหาริมทรัพย์แล้ว ยังมีรวมทิปส์สำหรับการ ซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์อีกด้วย)

นอกจากนี้บริษัทอสังหาริมทรัพย์เองก็สร้างเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย และ Mobile Friendly อีกด้วย เมื่อลูกค้าเข้ามาที่เว็บไซต์จากลิงก์ที่ฝากไว้บน Social Media ช่องทางต่างๆ จะได้เข้ามาใช้ฟีเจอร์บนเว็บไซต์เพื่อดูแผนโครงการและ Content ได้ง่าย

 

(เว็บไซต์ Sansiri.com ของบริษัทแสนสิริ สามารถจองที่อยู่ออนไลน์ พร้อมทั้งแนะนำโปรโมชั่นสำหรับโครงการต่าง ๆ พร้อมกันนี้มีการทำ Blog ที่ผ่าน SEO เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะถูกแสดงเป็นผลลัพธ์แรกๆ เมื่อลูกค้าเสิร์ชหาจาก Search Engine เช่น Google, Bing)

เพิ่มเติมอีกเล็กน้อย อสังหาริมทรัพย์เป็นสินค้าที่มีราคาสูง มีความท้าทายในการหากลุ่มเป้าหมาย จึงต้องมีแผน Digital Marketing ในการเก็บข้อมูล จัดประเภท และติดตามลูกค้าอย่างจริงจังเพื่อเสิร์ฟโฆษณาที่เหมาะสมให้กับพวกเขาต่อไป รวมถึงตอบกลับลูกค้าที่เข้ามาอย่างรวดเร็วไม่ให้ลูกค้าหลุดมือไปด้วย ซึ่งทุกวันนี้ก็มีระบบ AI ช่วยตอบคำถามของลูกค้า ช่วยลดภาระของพนักงานไปได้ส่วนหนึ่งครับ

Karn

Contributor

Karn Triamsiriworakul

Learned about reasoning from the school of law but landed job in marketing field to work toward his interest in art and psychology.