กระแสการสร้าง Instagram Stories (IG Stories) ทำให้ฟิลเตอร์ของ Instagram ที่ใช้ตกแต่งวีดีโอกลายเป็นกระแสตามไปด้วย ซึ่งตัวแพลตฟอร์มก็เพิ่มลูกเล่นให้กับฟีเจอร์นี้โดยอนุญาตให้คนทั่วไปหรือแบรนด์สร้างฟิลเตอร์ใช้เองและแชร์ฟิลเตอร์นี้ให้คนอื่นๆ ใช้ต่อได้ด้วย เรียกได้ว่าเป็นการใช้ประโยชน์จากสังคมออนไลน์ในการแบ่งปันประสบการณ์ ความสนุก และความคิดสร้างสรรค์เป็นอย่างดี

จากงานรวบรวมของ Sproutsocial เปิดเผยว่า IG Stories มียอดผู้ใช้งานมากกว่า 500 ล้าน Accounts ในทุกทุกวัน มากกว่าร้อยละ 70 ของผู้ใช้ Instagram เปิดดู Stories ทำให้ Platform นี้กลายเป็นช่องทางหนึ่งที่มี Traffic สูงบนโลกดิจิทัล และถูกบรรจุลงในแผนการตลาดดิจิทัลของหลายธุรกิจและแบรนด์ทั่วโลก

หนึ่งใน Highlight ของเจ้า IG Stories ก็คือ Filter (ฟิลเตอร์) นั่นคือ ตอนนี้ฟิลเตอร์ไม่เพียงแต่เปลี่ยนสีหรือโทนภาพแบบฟิลเตอร์สำหรับภาพนิ่งหรือวีดีโอใน Instagram เท่านั้น ยังมีฟิลเตอร์แบบ Augmented Reality (AR) เป็นฟีเจอร์หนึ่งที่นิยมกันใน Instagram อีกด้วย เพราะฟิลเตอร์ AR นี้ ตอบสนองกับใบหน้าหรือสภาพแวดล้อมของผู้ใช้แต่ละคน คล้ายเป็นการทำ Computer Graphic แบบง่าย ๆ ใส่ Stories ของแต่ละคน ทำให้แม้แต่ Stories ในชีวิตประจำวันก็เกิดความตลกหรือความหวือหวาน่าสนใจขึ้นมาได้

แบรนด์สามารถทำ Marketing ผ่านช่องทางนี้ได้อย่างไร?
ฟิลเตอร์ที่สวยงามหรือเป็นที่นิยมย่อมดึงดูดให้ผู้ใช้ Instagram นำไปใช้กับ Stories ของตัวเอง หรืออาจจะแชร์ให้กับเพื่อนเล่นด้วย จึงไม่ยากที่ฟิลเตอร์ของแบรนด์จะถูกส่งต่อไปในโลกของ IG อย่างต่อเนื่อง

การสร้าง Instagram ฟิลเตอร์ใช้เองก็ค่อนข้างมีขั้นตอนและต้องใช้ทักษะอยู่พอสมควร ซึ่งหากผู้ใช้ Instagram จะหาฟิลเตอร์สำหรับ Stories ของคนอื่นหรือของแบรนด์มาใช้เล่นสนุก ก็ต้องใช้วิธีการใดวิธีการหนึ่งดังต่อไปนี้
1. รับชม Stories ที่มีฟิลเตอร์อันนั้นอยู่ และกด Save มาใช้
2. ขอเพื่อนที่เคยเซฟฟิลเตอร์อันนั้นไว้ Forward ให้
3. เข้าไปยังหน้าโปรไฟล์ IG ของผู้สร้างฟิลเตอร์นั้นนั้น แล้วดาวน์โหลดมาจากแถบฟิลเตอร์ของพวกเขา

จะเห็นว่าไม่ว่าเลือกข้อไหน ผู้ใช้ Instagram ก็ต้องผ่านการปฏิสัมพันธ์บางอย่างกับผู้ใช้ Instagram คนอื่น จึงเพิ่มโอกาสที่ผู้ใช้จะได้รับชมฟิลเตอร์ของแบรนด์หรือเคยเข้าไปดูหน้าโปรไฟล์ของแบรนด์เพื่อดึงเอาฟิลเตอร์มาใช้

การทำโฆษณาหรือแคมเปญโปรโมตผ่านฟิลเตอร์นี้ เป็นการทำโฆษณาโดยใช้พลังของผู้บริโภคในการขับเคลื่อนแคมเปญ เพราะผู้ใช้ Instagram สร้าง Content เกี่ยวกับตัวเองหรือเรื่องที่ตัวเองสนใจโดยใช้ส่วนเสริมจากแบรนด์ในการสร้าง Content ซึ่ง Content จากผู้ใช้ทั่วไป มีผู้รับชมมากกว่า Content จากแบรนด์โดยตรงอยู่แล้ว เพราะคนสนใจเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนหรือครอบครัวของตัวเองมากกว่า Content จากแบรนด์ที่คนมักคิดไปก่อนว่าคงเป็น Content โฆษณาส่งเสริมการขาย

เหล่า Influencers หรือผู้ที่ทำแคมเปญร่วมกับแบรนด์ก็สามารถช่วยโปรโมตฟิลเตอร์เหล่านี้ได้ ด้วยการใช้ฟิลเตอร์ใน Stories ของพวกเขาและแนบช่องทางให้ผู้ชมเข้าไปดาวน์โหลดฟิลเตอร์มาใช้บ้าง หรือแนบช่องทางสำหรับดาวน์โหลดฟิลเตอร์เหล่านี้ในโพสต์ทั่วไปของพวกเขา

ฟิลเตอร์เหล่านี้ใช้แสดงอัตลักษณ์ของแบรนด์และแนบข้อความที่แบรนด์ต้องการจะสื่อสารได้ดี แล้วยังมียอดการแชร์และใช้งานสูง เพราะฟิลเตอร์เหล่านี้โฟกัสที่ตัวผู้บริโภคหรือผู้ใช้แพลตฟอร์มเป็นหลัก ไม่ได้โฟกัสที่ตัวแบรนด์หรืองานขาย ผู้ใช้ทั่วไปก็เอาฟิลเตอร์ไปทดลองเล่นกันได้โดยไม่ต้องรู้สึกว่าตัวเองกำลังเชียร์แบรนด์ไหนออกนอกหน้า นี่จึงเป็นการดึงผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมกับแบรนด์อย่างแยบคาย

 

ลองดูฟิลเตอร์ที่น่าสนใจของแบรนด์ต่าง ๆ

• ช่องสารคดี Discovery โปรโมทช่วง Shark Week ที่ถ่ายทอดรายการเกี่ยวกับฉลาม โดยให้แฟนๆ ลองสุ่มกันว่าพวกเขาเหมือนปลาฉลามชนิดไหน
• Expedia ให้คุณสุ่มประเทศที่คุณควรจะไปเที่ยวในที่ต่อไป เมื่อสุ่มเสร็จได้ประเทศไหน ฟิลเตอร์จะเปลี่ยนพื้นหลัง Stories ของคุณให้เป็นประเทศนั้นๆด้วย

 

• Burger King จับใบหน้าของคุณมาดูว่าคุณกำลังหิวเมนูไหนของ Burger King
• Ford จำลองรถยนต์ขนาดรถของเล่นออกมาในโลกของคุณเพื่อแสดงประสิทธิภาพเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ภายในรถยนต์ของพวกเขา

 

• แบรนด์แฟชั่นก็ไม่น้อยหน้า ถ้าคุณลองสวมหมวก Dior จะเป็นอย่างไรบ้างนะ ?
• Prada เสริมความภาคภูมิใจในตัวเองให้กับแฟน ๆ ด้วยการสุ่มคำว่า Prada หมายถึงอะไรสำหรับแฟน ๆ แต่ละคน

 

• ทดลองลิปสีต่างๆ กับเครื่องสำอาง MAC ลองดูว่าสีไหนที่เหมาะกับคุณ โดยไม่ต้องไปลองถึงหน้าร้าน
• Adidas เสริมภาพลักษณ์ของความเป็น Activewear โดยให้แฟนสุ่มเอฟเฟคสีฉูดฉาดเพิ่มความ Active ให้กับวันนี้ของเหล่าแฟนๆ

 

• ทันสถานการณ์กับ UNICEF ที่ชวนคนมาส่งต่อความห่วงใยและอย่าลืมใส่ใจความสะอาด ด้วยฟองสบู่รูปหัวใจในคลิป
• เข้าโปรไฟล์ Instagram ไปหาฟิลเตอร์แนวศิลปะมาเล่นได้มากมาย

 

อยากสร้างฟิลเตอร์ของตัวเอง/แบรนด์ตัวเอง?
สามารถสร้างฟิลเตอร์ได้เองผ่านโปรแกรมของ Facebook ที่ชื่อ SparkAR (ดาวน์โหลดได้ที่นี่) ลองดูวิธีทำโดยละเอียดได้ที่นี่

ทั้งนี้ หลังจากสร้างเสร็จแล้วจะนำไปใช้บน Instagram จะต้องส่งฟิลเตอร์ของเราให้เจ้าหน้าที่อนุมัติก่อน ซึ่งระยะเวลากว่าจะได้รับการอนุมัตินั้นอาจสั้นยาวต่างกันไปตามโอกาสตั้งแต่ 1-14 วัน โดยเมื่อเราสร้างฟิลเตอร์ของเราเสร็จแล้ว ก็เลือกส่งฟิลเตอร์ไปขอรับการทดลองและอนุมัติจาก Spark AR Hub ได้ทันที

สำหรับใครที่ต้องการความสะดวกในการทำการตลาดและโฆษณาผ่าน Instagram อยากหาคนช่วยคิดหรือออกแบบว่าฟีเจอร์ไหนเหมาะกับแบรนด์ของเรา ปรึกษาทีม UNBOX ได้นะครับ

Karn

Contributor

Karn Triamsiriworakul

Learned about reasoning from the school of law but landed job in marketing field to work toward his interest in art and psychology.