จากสถานการณ์ COVID-19 ที่แพร่ระบาดมาหลายเดือนทั้งในไทยและต่างประเทศ วงการอีเวนต์นับว่าเป็น 1 ในอุตสาหกรรมที่เรียกได้ว่าโดนผลกระทบหนักที่สุด โดยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่ผ่านมา เราคงได้ยินการประกาศยกเลิกหรือเลื่อนการจัดงานขนาดใหญ่ในประเทศไทยอย่าง  บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ Money Expo Hatyai 2020 โมโตจีพี 2020 รวมไปถึงเทศกาลสงกรานต์ที่เป็นแลนมาร์คดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างงานใหญ่ S20 Music Festival ตลอดจนงานเล็กๆของผู้จัดงานรายย่อยอีกทั่วทั้งประเทศ

แม้การเลื่อนหรือยกเลิกการจัดงานในครั้งนี้ จะทำให้แผนเดิมของผู้จัดงานหลายคนต้องล้มเลิกไป แต่เรากลับได้เห็นไอเดียใหม่ๆของทางรอดในการจัดงาน ที่แม้จะไม่ได้จัดงานในรูปแบบที่เหมือนเดิม 100% แต่งานก็ยังดำเนินต่อไปได้ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ จึงถือได้ว่าช่วงนี้จึงน่าจะเป็นโอกาสดี ที่ชาว UNBOX BKK จะได้ลองเรียนรู้ทางเลือกใหม่ๆในการจัดงานยุค 2020 ซึ่งถึงแม้ในอนาคตจะหมดช่วง COVID-19 ไปแล้ว แต่เทคโนโลยีเหล่านี้ก็ยังถือได้ว่ายังไม่เอาต์ไปไหน เพราะเดี๋ยวนี้ใครๆก็เริ่มสนุกกับการโกออนไลน์มากขึ้นแล้ว

อันที่จริงแล้ว แม้จะยังไม่มีกระแสเรื่อง COVID-19 เข้ามา แต่การใช้เทคโนโลยีต่างๆในงานอีเวนต์นั้นถือว่าเป็นเทรนด์ที่เกิดจะต้านทานในวงการอีเวนต์มาได้พักใหญ่ในช่วงทศวรรษนี้ผ่านมานี้แล้ว โดยเฉพาะในต่างประเทศ เว็บไซต์ Event Manager Blog ได้จัด 100 อันดับ Event Trend ปี 2020 และได้ค้นพบว่ามากกว่า 70% ของ Trend ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องของเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Virtual Reality (VR) หรือ Augmented Reality (AR) ในการทำให้ประสบการณ์การเข้าร่วมงานนั้นสนุกขึ้น หรือการพัฒนา Application ต่างๆเพื่อทำให้การเข้าร่วมงานนั้นสะดวกสบายมากขึ้น (และแอบกระซิบว่างานสายอาชีพพัฒนา Tech สำหรับงานอีเวนต์นี่กำลังเติบโตมากๆในต่างประเทศเชียวล่ะ)

กลับมาดูบ้านเรากันบ้าง  อะไรบ้างเหมาะกับในช่วงที่เราควรลดการเจอกันให้มากที่สุด (Social Distancing) ทางเลือกที่เป็นที่นิยมที่สุดในตอนนี้ คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากการจัด Virtual Event หรือการจำลองอีเวนต์บนโลกออนไลน์ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB กล่าวว่า Virtual Event นั้นมีกิจกรรม 3 ลักษณะหลักๆคือ

1. การจัดการไลฟ์สตรีม (Live streaming) หรือที่คุ้นเคยกันในสื่อแบบเก่าๆ กันว่าถ่ายทอดสด เพียงแต่ในปัจจุบันช่องทางการเผยแพร่นั้นปรับไปอยู่บนพื้นที่ใหม่อย่าง Youtube หรือ Facebook รูปแบบนี้เหมาะกับงานที่เน้นผู้เข้าชมจำนวนมาก และมีจุดสนใจในงานไม่กี่จุด เช่นคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี หรือกีฬาประเภทต่างๆ หรือแม้แต่งานประเภทเปิดตัวสินค้าแบรนด์ระดับโลกเช่น Apple หรือ SAMSUNG นั้น ก็เรียกได้ว่าในปัจจุบันนั้นได้พึ่งช่องทางการ Live stream เป็นหนึ่งในช่องทางหลักไปแล้วเรียบร้อย

Live Streaming

งานเปิดตัว SAMSUNG Galaxy S20 ที่เดี๋ยวนี้ไม่ว่า Galaxy จะเปิดตัวในประเทศใด ก็ต้องมีการ Live Stream ควบคู่ไปด้วยทุกครั้ง (Source: BusinessInsider)

 

สำหรับการจัดงานประเภท Live streaming นั้น ในประเทศไทยนับว่าสามารถหาผู้ให้บริการได้ไม่ยาก เช่น Thailivestream และ LiveTube โดยราคานั้นก็เป็นไปตามความซับซ้อน ทั้งจำนวนกล้อง ระบบสัญญาณต่างๆ โดยเป็นไปได้ตั้งแต่หลักหมื่นต้นๆ ไปจนถึงหลักแสน หรือแม้แต่เดี๋ยวนี้หากเรามีมือถือและ Facebook Account ก็สามารถทำ Live Streaming ในระดับง่ายๆเช่นเดียวกัน โดยอาจอาศัย Application ตัวช่วยในการถ่ายทอดสดให้มีลูกเล่นมากขึ้นอย่าง   Switcher Studio ที่สามารถเพิ่มลูกเล่นด้านการใส่ข้อความและลูกเล่นต่างๆได้อย่างสนุกสนาน โดยใช้งานได้ผ่าน iPhone หรือ iPad แต่อย่างไรก็ตาม หากจะทำเองต้องระวังข้อจำกัดในเรื่องความคมชัดของภาพ เสียง และสัญญาณอินเตอร์เน็ทนะคะ

เจ้าให้บริการระบบลงทะเบียนอีเวนต์รายใหญ่อย่าง eventpop ได้เริ่มเปิดบริการ Live Streaming ร่วมกับ Partner หลายๆเจ้า ในช่วงแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างในรูปนี้แม้แต่งาน Festival อย่าง KOLOUR IN THE PARK ก็ยังจัดได้นะคะ

 

2. เว็บบินาร์ (Webinar) หรือย่อมาจาก Web-based Seminar เป็นเหมือนการสัมมนาบนโลกออนไลน์ โดยเน้นการปฏิสัมพันธ์กันระหว่างผู้เข้าร่วมเป็นหลัก การใช้งานประเภทนี้เหมาะกับงานอีเวนต์ที่ต้องการการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งในเชิงความสัมพันธ์และในเชิงวิชาการ วิชาชีพ สำหรับในประเทศไทยนั้นจริงๆเริ่มพบบ้างแล้วในการสัมมนาระดับภายในประเทศ และระดับนานาชาติหลายองค์กร ในกรณีนี้หากใครต้องการลองสัมมนารูปแบบ Webinar แล้วที่ออฟฟิศยังไม่มีทีม IT พัฒนาตัว Platform เฉพาะให้ จะลองสัมมนากันย่อยๆอย่างใน Zoom, Google Hangouts หรือ  MS Team กันก่อนก็ได้นะคะ

webinar

Webinar ทำได้ทั้งในระดับ Office เล็กๆและคนจำนวนระดับพัน หลังจบช่วง COVID-19 ไป ใครๆก็น่าจะคุ้นเคยกับระบบนี้กันแล้วล่ะค่ะ

 

3. อีเว้นท์สภาพแวดล้อมเสมือนจริง (Virtual Environment Event) เป็นการผสมผสานการจำลองการเข้าร่วมอีเวนต์จริง ผ่านรูปแบบของเทคนิคที่หลากหลาย ทั้งการสร้าง Graphic เสมือน การสร้างตัวละครแทน (Avatar) ให้เราได้พูดคุย เดินเข้าห้องสัมมนาต่างๆเหมือนไปงานอีเวนต์จริงๆ ถ้าอยากลองดูตัวอย่างง่ายๆว่า Virtual environment event นั้นทำงานอย่างไร ลองดู Clip ด้านล่างจากบริษัท TEOOH หรือ On24 ก็ได้ค่ะ

สำหรับ Virtual environment event ตามแบบด้านบนนั้นยังไม่ได้รับความนิยมในประเทศไทยมากนัก เนื่องด้วยค่าใช้จ่ายที่สูง แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ก็ไม่แน่นะคะ หากมี Developer  ท่านใดกำลังอ่านบทความนี้อยู่ นี่อาจจะเป็นโอกาสทองในสายงาน Event Tech ก็ได้ค่ะ

สุดท้ายนี้ ทีมงาน UNBOX BKK ขอฝากไว้ว่า ความรู้ด้านเทคโนโลยีออนไลน์อีเวนต์เหล่านี้ไม่ใช่เพียง Option เสริมอีกต่อไป แต่เป็นถือ A MUST! ที่ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดงาน หรือลูกค้า ควรจะลองสักครั้ง เพราะสิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นตัวที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์ของลูกค้าให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นขึ้น และเข้าถึงคนหมู่มากได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น และไม่ว่าวันต่อไป COVID-19 จะยังอยู่กับเราต่อไปหรือไม่ หรืออีกนานแค่ไหน แต่เทคโนโลยีเหล่านี้นับวันมีแต่จะโตขึ้น มีลูกเล่นหลากหลายมากขึ้น และไม่มีวันเอาท์ไปง่ายๆอย่างแน่นอนค่ะ  😊

Contributor

Jinsiree Palakawongsa Na Ayudhya

Full-time lecturer at a school of communication arts and freelance event planner. Living with a strong passion for experiential and event marketing. Her happiness is all about making event audiences smile and playing with her cats.