ยุค 2021 นี้แล้วการ Live ไม่ใช่ Option เสริม แต่กลายเป็นท่ามาตรฐานที่หลายๆแบรนด์ต้องทำเพื่อแข่งขันในสมรภูมิการตลาด ซึ่งการ Live นั้นก็มีตั้งแต่ทำอย่างง่ายๆด้วยการใช้กล้องมือถือเพียงตัวเดียว จนไปถึงโปรดักชั่นมูลค่าหลายล้านบาท แต่การ Live ที่ได้ผลดีนั้นไม่ใช่เพียงแค่การนำ Influencer หรือพิธีกรมาพูดหน้ากล้องง่ายๆ เรื่อยๆ แต่ยังมีอีกหลายองค์ประกอบที่ทำให้การ Live ของเรานั้นมีชีวิตชีวาและน่าสนใจ วันนี้ทีมงาน UNBOX จึงนำ Tips การ Live อย่างง่าย โดยประยุกต์ความรู้การตลาดประเภท Experiential Marketing ของ Bernd Schmitt นักการตลาดเชิงประสบการณ์ชื่อดัง ซึ่งแม้ไอเดียนี้จะพูดถึงมาเป็นเวลา 20 กว่าปีแล้ว แต่ยังประยุกต์ใช้ได้กับสื่อการตลาดทุกรูปแบบค่ะ

Bernd Schmitt กล่าวไว้ว่าการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภคนั้นประกอบไปด้วย 5 ประเภทหลักๆคือ SENSE (สร้างการรับรู้ทางประสาทสัมผัส) THINK (สร้างความคิด) FEEL (สร้างความรู้สึก) ACT (สร้างการกระทำ) และ RELATE (สร้างความเชื่อมโยง) ซึ่งทั้งหมดนั้นจะประยุกต์เข้ากับการ Live ในสมัยปัจจุบันอย่างไรนั้น ไปดูรายละเอียดของแต่ละข้อกันค่ะ

SENSE: เปิดทุกประสาทสัมผัสให้พร้อม
แม้จะเป็นการ Live เล็กหรือใหญ่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคุณภาพของภาพและเสียงนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆสำหรับผู้ชม ดังนั้นแล้วหากใครที่ Live เป็นประจำ แนะนำว่าให้ลองหาอุปกรณ์ที่เป็นไมโครโฟนอย่างง่าย หรือชุดแสงไฟเล็กๆอย่างง่าย ซึ่งในปัจจุบันนั้นหาซื้อได้เพียงในราคาหลักพันต้นๆสำหรับมือสมัครเล่น แต่ถ้าแบรนด์ไหนที่ Live บ่อยๆ เรียกว่าทุกสัปดาห์หรือมากกว่า แนะนำว่าให้ซื้ออุปกรณ์ที่คุณภาพดีระดับหนึ่ง แล้วติดตั้งไว้ที่ร้านค้าได้เลย รับรองว่าคุ้มค่ะ

ถ้าหากเป็นแบรนด์สินค้าที่ใหญ่ขึ้นมา และมีเงินทุนในการทำลูกเล่นกับการ Live ขึ้นมาสักนิดหนึ่ง อาจจะใช้ลูกเล่นประกอบบนจอเพื่อดึงดูดความสนใจกับลูกค้ามากขึ้น เช่นการย้ำโปรโมชั่น ช่องทางติดต่อ หรือขึ้นรูป item นั้นให้ชัดๆสวยๆไม่ต้องถือไปมา ก็สามารถทำได้ค่ะ

(การ Live คุณภาพที่ดีในระดับหนึ่งในยุคปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ชุดใหญ่ระดับสตูดิโอมืออาชีพมูลค่าหลายล้านบาทเสมอไป)

 

(โปรแกรม OBS เป็น Software ยอดนิยมสำหรับการทำ Live Streaming ที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น สามารถใส่ลูกเล่นเช่นใส่ Graphic ต่างๆหรือใส่ภาพซ้อนได้ ดูเพิ่มเติม: https://obsproject.com)

 

THINK: คิดแล้ว คิดอีก
งานวิจัยการตลาดหลายชิ้นกล่าวว่า การสื่อสารที่ผู้บริโภคจดจำ และเกิด Action ใดๆต่อ ย่อมเป็นแคมเปญที่กระตุ้นให้ผู้ฟังเกิดความคิดบางอย่างขึ้นในขณะเห็นการโฆษณา ดังนั้นหลักการ Live นั้นเราจะไม่เพียงแค่บอกเล่าในสิ่งที่เราอยากเล่า แต่เราต้องคำนึงถึงด้วยว่า เราบอกเล่าเพื่ออยากให้ผู้บริโภคคิดอะไร เช่น

  • คิดจินตนาการว่าสินค้านี้จะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นอย่างไร แก้ปัญหาอะไรในชีวิตเขา
  • คิดว่าสินค้าตัวนี้ เหมาะกับเขาอย่างไร
  • คิดว่าถ้าพลาดโอกาสซื้อตอนนี้ อนาคตจะแพงขึ้นไหม

ตัวอย่างเช่นตอนนี้ ทางผู้เขียนชอบดูการ Live ขายต้นไม้ (ซึ่งแปลกดีนะคะที่ Live ขายต้นไม้ชอบมาในยามดึก น่าจะเป็นเวลาที่คนกลับถึงบ้านแล้วว่างดูกันค่ะ) เวลาเผลอ CF ต้นไม้ต้นไหนไป มักมาจากคำบรรยายที่ว่าต้นไม้ต้นนี้เหมาะกับบ้านเราอย่างไร เช่นเหมาะกับแดดร่ม แดดจ้า หรือรดน้ำมากน้อยแค่ไหน ฟอกอากาศได้มากน้อยแค่ไหน เลี้ยงง่ายอย่างไร เพราะมันทำให้เราคิดไปต่างๆนานาถึงเหตุผลว่าต้นไม้ต้นนี้ เหมาะกับบ้านเรา และเงื่อนไขในชีวิตเรามากแค่ไหน เมื่อวางอยู่ในบ้านเราจะเป็นอย่างไรนั่นเองค่ะ

(สมัยนี้อะไรก็ Live ได้รวมไปถึงต้นไม้ ซึ่งโดยส่วนมากนั้นมักเป็นผู้ประกอบการเจ้าของสวนมา Live เองง่ายๆ เน้นพูดคุยกับลูกค้า โปรดักชั่นไม่ต้องอลังการมาก เน้นลีลาการขายที่ถูกใจคนฟัง แค่นี้ยอด View ยอด CF ต่างๆ ก็พุ่งได้แล้วค่ะ)

 

FEEL: รู้สึกให้ตลอด อย่าได้ว่าง อย่าได้เบื่อ
แท้ที่จริงแล้วการขายสินค้าผ่าน Live นั้นเรียกได้ว่าเป็นการขายด้วย “อารมณ์นำพา” เป็นหลักค่ะ เพราะการ Live นั้นเป็นสื่อที่ Sensitive มาก ตรงที่ผู้ชมจะเปิดหรือไม่เปิดดูก็ได้ และจะปิดเมื่อไหร่ก็ได้ หลายคนเจอปัญหาว่าช่วงแรกๆผู้ชมก็เยอะ แต่ยิ่งนานยิ่งหายไปเรื่อยๆ ดังนั้นเรื่องอารมณ์ต้องให้สนุกต่อเนื่องอย่าหยุด ทางผู้เขียนเองเคยดูคลิปของคุณพิมรี่พายที่แนะนำเคล็ดลับการขาย ว่าทำไมต้องสั่งกระดิ่งตลอดเวลา ทั้งนี้เป็นเพราะการเกิด Dead Air ในระหว่างการขายนั้น แม้แต่ 3 วินาที (ซึ่งถือว่าเป็นเวลาที่นานมากสำหรับ Live) มันทำให้ผู้ฟังรู้สึกเจื่อน ไม่ต่อเนื่อง การสั่นกระดิ่งจะเป็นการช่วยกระตุ้นลูกค้าได้อย่างดีระหว่างผู้ขายกำลังเว้นจังหวะการพูด

แต่ถ้าหากถามว่าทำ Live อย่างไรให้สนุกนั้น เรื่องนี้มีคำตอบตายตัวที่ยากค่ะ เอาเป็นว่าอารมณ์ Live ที่สนุกนั้น จะมีลักษณะคล้ายๆเราฟังเพื่อนคนหนึ่งที่คุยสนุก มีความแปลกใหม่ มีเรื่องที่คาดไม่ถึง น่าฟัง น่าติดตามอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการเป็นผู้ขายที่เป็นมิตร หรือการเลือกพิธีกรที่พูดเก่งๆนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากเลยนะคะ ลองไปดูคลิปนี้ที่อธิบายวิธีการขายได้ดีมากๆจากพิมรี่พาย นักขายเงินล้านที่โด่งดังมากในโลกโซเชียลขณะนี้ค่ะ

(พิมรี่พายคายหมดเปลือก ขายของออนไลน์ยังไงให้รวย!!)

ACT: ดู Live นี้แล้วต้องอย่างไรต่อ?
อย่าลืมเสมอว่า Live ของเรานั้นต้องมีประโยค Call for Action คือดู Live นี้แล้วลูกค้าต้องทำอะไรต่อ ซื้อเลย จองเลย หรือพรีออเดอร์ได้เลย เพราะคนที่ดู Live นั้นอาจจะเข้ามาบางช่วงไม่ได้ฟังอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการย้ำถึง Action บ่อยๆนั้นจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีการขายสินค้าหลายรายการ

นอกจากนั้นแล้ว การ Call for Action นั้นหากไม่อยากให้รู้สึกว่าเรา Hard Sale มากเกินไป อาจเป็นการกระตุ้นให้ผู้ฟังรู้สึกเริ่มต้นด้วยการเห็นความสำคัญของบางอย่าง และอยากมีชีวิตที่ดีขึ้นในบางรูปแบบ สินค้าบางอย่างนั้นอาจไม่ก่อให้เกิดการซื้อได้ง่ายๆในชั่วขณะ แต่สามารถทิ้งความรู้สึกอยาก ความรู้สึกต้องการให้ลูกค้าในเบื้องต้นได้ก่อน เช่นการ Live ของสินค้าตระกูลอสังหาริมทรัพย์ ที่อาจสร้างความรู้สึกดี ภาพของบ้านในฝันทิ้งไว้ให้กับผู้ชม เพื่อให้เกิดการคิดถึงแบรนด์ในภายหลังในวันที่พร้อมจะซื้อได้ค่ะ

(LIVE เจ ชนาธิป กับ โครงการอณาสิริ และสิริเพลส รังสิต-คลอง2 ในเครือแสนสิริ)

 

การ Live ที่ทำให้ผู้ชมเกิดความต้องการ โดยอาจจองทันทีเพื่อรับโปรโมชั่นพิเศษ (Capture หน้าจอไว้ จะได้รับโปรโมชันส่วนลด มูลค่า 10,000 บาท เมื่อจองโครงการอณาสิริ และสิริ เพลส รังสิต-คลอง2) หรือเพื่อเก็บข้อมูลไว้เพื่อตัดสินใจภายหลัง

RELATE
การ Live ที่สนุกคือการสร้างความสัมพันธ์แบบ Real-time กับผู้ชม มิเช่นนั้นก็คงไม่ต่างกับการรับชมโฆษณาออนไลน์ที่จะเปิดชมเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นหัวใจสำคัญของการ Live คือการมีปฎิสัมพันธ์กับผู้ชม ไม่ว่าจะเป็นการตอบคอมเม้นต์ การหยอกล้อ เล่นมุข แสดงความใส่ใจในรูปแบบต่างๆ หรืออาจแสดงความขอบคุณผู้ชมที่เข้ามารับชมตลอดเวลา ทั้งนี้การชม Live นั้นเป็นสิ่งที่ถือว่าผู้ชมต้องใช้ความพยายาม เพราะเป็นการสละหน้าจอ 1 หน้าจอให้ความสนใจกับบางสิ่งบางอย่าง ณ ขณะนั้น ดังนั้นหากถ้าเราพอไหว อาจจะสุ่มแจกของรางวัลแก่ผู้ชม โดยมีกติกาที่ง่ายๆ ไม่ต้องซื้อสินค้าใดๆก็ได้ เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดี และรักษาฐานลูกค้าไว้สำหรับการ Live ครั้งต่อไปค่ะ

(AMD Thailand The Next Gen Virtual Launch มีกิจกรรมสุ่มผู้ชมทาง Zoom รับของรางวัลฟรี)

 

จะเห็นได้ว่าตัวอย่างที่ทาง UNBOX นำมาเสนอนั้นมีทั้งตัวอย่างแบบ Live กันเองง่ายๆ และการขึ้น Graphic เป็นจริงเป็นจริงมูลค่าเป็นหลักล้าน นั่นแปลว่าต่อให้เป็นธุรกิจระดับไหน แค่มีอุปกรณ์ชุดเล็กๆขั้นต่ำสุดอย่าง Smartphone ก็สามารถ Live ได้แล้วค่ะ และไม่สามารถการันตีได้เลยว่า ยิ่งเทคนิคจะยิ่งดี อุปกรณ์จะยิ่งเยอะ แล้วยอด View หรือยอดซื้อจริงจะยิ่งเยอะ ทั้งนี้ยอดดังกล่าวยังประกอบไปด้วยปัจจัยอีกหลายด้านเช่นฐาน Follower เดิมใน Page ที่มีโอกาสจะเข้ามาชมเราได้ง่ายสุด หรือประสิทธิภาพของเราในการโปรโมทกิจกรรม Live ในครั้งนี้ เพื่อดึงดูดฐานผู้ชมใหม่ๆ ดังนั้นอย่าลืมว่า Live ไม่ใช่ทุกอย่างของแบรนด์ แต่ควรทำควบคู่ไปกับการสื่อการการตลาดรูปแบบอื่นเช่นเดียวกันนะคะ 😊

Contributor

Jinsiree Palakawongsa Na Ayudhya

Full-time lecturer at a school of communication arts and freelance event planner. Living with a strong passion for experiential and event marketing. Her happiness is all about making event audiences smile and playing with her cats.