ย้อนกลับไปเมื่อปี 2010 หากพูดถึงแอปพลิเคชั่นที่ชื่อว่า Instagram หลายคนอาจต้องเอียงคอสงสัยกันว่าแอปฯ ในมือถือที่ว่าคืออะไร แล้วมันทำอะไรได้บ้าง แต่เมื่อตัดภาพกลับมาที่ปี 2020 นี้ Instagram คือแพลตฟอร์ม Social Media ที่เรียกได้ว่าเป็น Top 5 ที่ทุกคนทั้งโลกต้องมีติดสมาร์ทโฟนเอาไว้ แอปฯนี้มีจำนวน Active User มากกว่า 1,000 ล้านคน มีผู้ใช้ขาประจำที่เปิดใช้แอปฯ ทุกวันมากกว่า 500 ล้านคน แถมครองตำแหน่งเป็นแอปฯ อันดับ 1 ในหมวด Photo & Video ของ App Store ได้อย่างมั่นคงและยาวนานอีกด้วย

สิ่งที่เราอยากรู้และสงสัยไม่ใช่ความสำเร็จที่เห็นแต่เป็นคำถามที่ว่า “อะไรคือเหตุผลเบื้องหลังที่ทำให้ Instagram พลิกจากโปรเจคทดลองเล็กๆ กลายมาเป็นแอปพลิเคชั่นจำเป็นสำหรับหลายๆ คนได้อย่างยั่งยืน” ในบทความนี้ ทีมงาน UNBOX BKK ขอพาทุกคนมาย้อนดูความสำเร็จบนเส้นทาง 10 ปีของ Instagram กันค่ะ

ถูกจุด ถูกเวลา

Instagram ถูกปล่อยออกมาให้ดาวน์โหลดครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2010 ซึ่งถ้านับเวลากลับไปก็ครบ 10 ปีพอดิบพอดี ในตอนนั้นเป็นช่วงที่ทุกคนกำลังเห่อกับอะไรที่เป็น Location Base มากๆ ไม่ว่าจะไปไหนก็ต้องเช็กอิน บอกตำแหน่งของตัวเองให้ชาวโลกรู้ ซึ่งเป็นผลพวงของความนิยมในแอปฯ Foursquare

ในทางกลับกัน Instagram (ในชื่อเดิมว่า Burbn) กลับโฟกัสกับฟีเจอร์ที่ฉีกทางออกไป นั่นก็คือเน้นการเป็นแพลตฟอร์มเพื่อแชร์รูปภาพที่ถ่ายจากสมาร์ทโฟนเสียมากกว่า โดยมีฟีเจอร์ Filter ที่ทำให้ User สามารถปรับแต่งโทนสีของภาพครบจบภายในแอปฯเดียว ประกอบกับเป็นช่วงเวลาที่สมาร์ทโฟนเบอร์หนึ่งของยุคอย่าง iPhone 4 ปล่อยขายพร้อมกับกล้องหลังที่ถูกอัปเกรดให้ถ่ายรูปได้ปังขึ้น เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทุกคนเริ่มเสพติดการถ่ายรูปบนมือถือ และเมื่อทุกอย่างนี้รวมเข้าด้วยกันก็เลยกลายเป็นปัจจัยที่ช่วยเสริมให้ Instagram มียอดดาวน์โหลดแอปถึง 25,000 ครั้งภายในวันแรกที่แอปฯถูกปล่อยออกมา กับอีก 100,000 ครั้งภายในแค่สัปดาห์เดียว

การเติบโตที่ไม่หยุดนิ่ง

อีกปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้ Instagram ยังคงรักษาผู้ใช้เดิมๆ และมีคนใหม่ๆ เข้ามาเติมอยู่ในแอปฯ ได้ตลอดทั้ง 10 ปีก็คือการพัฒนาและเติบโตที่ไม่หยุดนิ่ง ถึงแม้ Vision ของ Kevin Systrom และ Mike Krieger สองผู้บุกเบิกแอปฯ Instagram ต้องการยึดความเรียบง่ายและหน้าที่หลักของการเป็น Photo & Video Sharing App เอาไว้ แต่หลังจากที่ Facebook ซื้อกิจการไปในช่วงกลางปี 2012 เราก็ได้เห็นฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ขยันปล่อยออกมาให้ผู้ใช้ได้ทดลองใช้อยู่เรื่อยๆ ยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญๆ ก็อย่างเช่น

● เดือนพฤศจิกายน 2013 Instagram เปิดการขายโฆษณาในรูปแบบ Sponsored Post ครั้งแรก โดยลูกค้าที่มาตัดริบบิ้นเปิดงานก็คือ Michael Kors แบรนด์แฟชั่นผู้หญิงในอเมริกา และความสำเร็จของการให้ Boost Post บนไอจีก็นำมาซึ่ง Instagram for Business ในปีถัดมา ที่เอื้อให้กับแบรนด์และร้านค้าในการทำ Marketing บนแอปฯได้สะดวกยิ่งขึ้น
● เดือนสิงหาคม 2016 Instagram เปิดตัว Stories ซึ่งดึงดูดให้คนใช้เวลาในแอปฯ นานขึ้นและกลับเข้ามาอยู่ในโลกของไอจีถี่ขึ้น ตามมาด้วยฟีเจอร์ Live ที่ปล่อยออกมาในเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกัน ช่วยกระตุ้นยอด Engagement และ Time Spend บนหน้าแอปฯ ได้เป็นอย่างดี
● เดือนพฤษภาคม 2018 IGTV ถือกำเนิดขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้สามารถโพสต์คอนเทนต์วีดีโอที่มีความยาวมากกว่า 1 นาทีแต่ไม่เกิน 60 นาทีได้ ผู้ใช้งานจึงถือโอกาสนี้สร้าง Content ที่น่าสนใจมากมายโดยไม่ต้องรีบตัดจบให้อยู่ใน 1 นาทีแล้ว เช่น คลิปทำอาหาร, คลิปแต่งหน้า
● ลูกเล่นสติกเกอร์ Gif ใน Instagram Story เพื่อตกแต่ง Story ของเราให้สวยงาม เพียงพิมพ์คำค้นหาในช่อง Search ก็จะเจอสติกเกอร์ Gif ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ Gif ยังขยันอัพเดทสติกเกอร์ยอดนิยมให้เข้ากับสถานการณ์และสถานที่ด้วย เช่นช่วงเดือนมีนาคมที่มีการ Lock Down ก็มี Gif ที่เขียนว่า Stay Home หรือว่าช่วงที่รัฐบาลเพิ่งปลดล็อคก็มี Gif ที่เขียนว่า Support Local Business ออกมาให้เล่นด้วยเช่นกัน

ไอเดียใหม่ๆ ในการพัฒนา Product ที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอบนหน้าแอปฯ ของ Instagram เหล่านี้คือเหตุผลที่ทำให้ตัวแอปฯ ยังคงอยู่ในกระแสหลักได้แบบไม่สั่นคลอน

Instagrammer Dream

Instagram คือศูนย์รวมของเทรนด์ ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์ที่ใหม่ที่สุด ของกิน ที่เที่ยว หรือไอเทมต้องช็อปต่างๆ และด้วยความที่เป็นแพลตฟอร์มแบบ Users-Generated ดังนั้นไม่ว่าใครก็สามารถเป็นเจ้าของคอนเทนต์สุดปังพวกนี้ได้ และนำมาซึ่งชื่อเสียงหรือแม้แต่อาชีพที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจนมีอาชีพในฝันอาชีพใหม่ที่เรียกว่า “Instagrammer”

จุดนี้ขายฝันเล็กๆ ทำให้หลายคนอยากผันตัวมาเป็นคนดังบนโลกของไอจีบ้าง โดยตัวเลข ณ ปัจจุบันของคนที่มี Followers มากกว่า 5,000 คนและสามารถเรียกตัวเองว่า Influencers ได้มีมากกว่า 5 ล้าน Accounts แถมมีแนวโน้มจะโตขึ้นในทุกๆ เดือน ซึ่งเป้าหมายของการเป็น Instagrammer กลายเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้คนกลับมาใช้แอปฯ อย่างเป็นกิจวัตรเพื่อสร้างคอนเทนต์ และนอกจากนี้ยังมีอิทธิพลอีกหลากหลายอย่างในโลก Offline อีกด้วย

น่าคิดตรงที่ว่าอาหารบางอย่างที่เราไม่ได้คิดอยากจะกินมันด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องสั่งมาเพื่อถ่ายรูปลง Instagram เป็นพิธี จนมีประโยคที่ว่า Camera Eats First หรือแม้แต่สถานที่แสนเร้นลับที่เดินทางไปไกลแสนไกล หลายคนก็ยอมดั้นด้นไปเพื่อจะได้พาตัวเองไป Check-In ยืนอยู่ในเฟรมรูปกับสถานที่นั้น

10 ปีของ Instagram เปลี่ยนพฤติกรรมของคนทั้งโลกไปได้อย่างยิ่งใหญ่จริงๆ จนเราก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าหากวันหนึ่งแอปพลิเคชั่นนี้หายวับจากสมาร์ตโฟนไป ชีวิตจะเป็นอย่างไร…

Nisara

Contributor

Nisara Sittatikarnvech

A full-time Content Editor, part-time travel and lifestyle blogger. Mint has found her passion to become a story teller through the use of text, images and videos since she graduated from Faculty of Arts, Chulalongkorn University. Moving from the status of a Junior Writer to Social Media Editor at CLEO magazine to Content Editor at LINE TODAY, she has learned that ‘content creation’ is what she lives for. She also founded a travel blog called Travelerspulse where she continues to share her stories from amazing journeys around the globe!