สำหรับยุคดิจิทัลนี้ การ สร้างเว็บไซต์ ถือเป็นเรื่องที่หลายๆ คนอาจจะยังไม่ถนัดมากนัก แต่รู้หรือเปล่าว่า เมื่อมีความคิดที่ว่า อยากมีเว็บไซต์สักเว็บไว้ดำเนินธุรกิจ หรือขายของออนไลน์ การติดตั้งเว็บไซต์ดูเหมือนจะเป็นเรืองง่ายๆ แต่จริงๆ แล้วซับซ้อนกว่านั้นเยอะ

นอกจากเรื่องโดเมน หรือ Hosting แล้ว ยังต้องมี Plug-ins และเครื่องมือช่วยวิเคราะห์เว็บไซต์อีกหลายตัวที่เราอยากแนะนำตั้งแต่ฟรีไปจนถึงเสียเงิน วันนี้ UNBOX จะมาแนะนำ 5 เครื่องมือดีๆ  ที่คนมีเว็บไซต์ควรติดตั้งไว้

1.Google Analytics

เคยได้ยินคำถามเหล่านี้ไหมคะ 

มีคนเข้าเว็บไซต์กี่คนแล้ว?

คนเข้าเว็บไซต์แล้วไปหน้าไหนบ้าง?

คนเข้าเว็บไซต์เราผ่าน Browsers อะไรบ้าง?

ไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะคำตอบของคำถามเหล่านี้ อยู่ที่ Google Analytics แล้วค่ะ แน่นอนว่าเป็นเครื่องมือตัวสำคัญที่ทุกเว็บไซต์ควรมี ยิ่งถ้าหากคุณเองก็เป็นอีกหนึ่งคนที่อยาก สร้างเว็บไซต์ หรือมีเว็บไซต์อยู่แล้ว คุณต้องลองเช็คดูแล้วแหละ ว่าเว็บไซต์ของคุณมี Google Analytics หรือยัง

Google Analytics เป็นหนึ่งในเครื่องมือวิเคราะห์เว็บไซต์ยอดนิยม ที่ช่วยเก็บข้อมูลคนเข้าเว็บไซต์ จำนวน Users, อัตราการเข้าออกเว็บไซต์ เจาะลึกลงไปจนถึง Pages ที่ Users ของคุณเข้าไปเลยทีเดียว

(ขอพื้นที่ขายของ 2 บรรทัด .. ถ้าหากคุณยังไม่เข้าใจถึง Metrics พื้นฐาน คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ หรือ ถ้าหากคุณยังมือใหม่กับ Google Analytics และอยากอัพสกิลแล้วล่ะก็ต้องลงทะเบียนคอร์ส Google Analytics กับ UNBOXBKK ที่่นี่แล้วค่ะ 🙂

(อ้าว เกินมา 1 บรรทัด ไม่เป็นไรเนอะ มาต่อกันเลยดีกว่าค่ะ)

2. Google Search Console

สำหรับหลายๆ คนที่อยาก สร้างเว็บไซต์ อาจจะเคยคุ้นหูกับ Google Analytics แต่คำว่า Google Search Console นั้น อาจจะยังไม่คุ้นเคยกับเครื่องมือนี้สักเท่าไหร่ จริงๆ แล้วสำหรับเว็บไซต์ที่ติดทั้ง Google Analytics และ Google Search Console ไว้ด้วยกัน จะช่วยติดปีกเว็บไซต์คุณได้ระดับหนึ่งเลยแหละ นอกจากคุณจะรู้แล้วว่ามีคนกี่คนเข้ามาในเว็บไซต์คุณ ทำกิจกรรมอะไรบนเว็บไซต์บ้าง Complete Goal ของคุณบ้างไหม Bounce Rate เป็นยังไงแล้ว ด้วย Google Search Console 

เพราะจุดเด่นของ Google Search Console คือบอกคุณว่า คนที่เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณแบบ Organic นั้นเจอเว็บไซต์ของคุณด้วยคีย์เวิร์ดอะไร และเป็นอีกหนึ่งเพื่อนสนิทของชาว SEO เลยก็ว่าได้ค่ะ

3. Google Tag Manager

ก่อนอื่นเลยต้องมาพูดกันก่อนว่า การทำเว็บไซต์ 1 เว็บ นั้นประกอบไปด้วย code ต่างๆ มากมาย และมากไปกว่านั้นคือ การทำเว็บไซต์ หรือ การทำ Digital Marketing นั้นต้องมีการวัดผลได้ ดังนั้นการวัดผล ก็ต้องมีการติดตั้งเครื่องมือ และ Code ต่างๆ จาก Third Party Tools เพิ่มขึ้น 

ส่วน Third Party Tools ที่หลายๆ คนอาจจะคุ้นเคยกันดี เช่น Facebook Pixel Code หรือ Google AdWords Conversion Tracking 

ดังนั้นสรุปสั้นๆ คือ Google Tag Manager หรือ GTM นั้นเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับติดตั้ง Code บนเว็บไซต์ ซึ่งเป็น Universal Tag Manager หรือก็คือ คุณไม่จำเป็นต้องส่ง Code เป็น 10 ชุดให้ Web Developer ของคุณเข้าไปติดทีละหน้า แต่คุณสามารถติดจาก Google Tag Manager ได้เลยค่ะ

4. Hello Bar

เครื่องมือ Generate Leads ชื่อน่ารักๆ แบบ Hello Bar ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือยอดนิยม เพราะเรารู้กันดีอยู่แล้วว่า เวลาคนเราตัดสินใจซื้อสินค้า หรือมีความสนใจในสินค้า กว่า 70% นั้นไม่ได้ตัดสินใจได้เลยภายใน 1 ครั้ง

ลองคิดภาพดูว่า คุณทำหน้าเว็บ มีหน้า Home, หน้า Product หรือหน้า Service ไว้ Users ผ่านเข้ามาเห็น แต่ยังไม่กรอกฟอร์ม ในจังหวะที่เขากำลังจะกดปิดเว็บ มี Pop Up เด้งขึ้นมาพร้อมโปรโมชั่นสำหรับ Shop Now, Contact Now หรือ Submit Now เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจอีกครั้งพร้อมเสนอ Promotion เข้าไปเพิ่ม คงจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยค่ะ

เพราะอย่าลืมว่า The first no is not always the final answer ค่ะ ลองถามดูอีกสักครั้ง แต่อย่าลืม Optimize ด้วยนะคะ ถ้าหากมี Pop up เด้งขึ้นมาเยอะเกินไป อาจจะทำให้เกิด User Experience ที่ไม่ดีก็เป็นได้ค่

5. Yoast SEO 

สำหรับคนที่ทำเว็บไซต์ เวลาใส่ข้อมูลเข้าในหน้าเว็บไซต์แล้ว Yoast SEO ถือเป็น 1 Plug-in ที่ใช้เป็นเกณฑ์บอกว่า คอนเทนต์ของคุณมีประสิทธิภาพที่ดีหรือยัง หรือเป็นคอนเทนต์ที่ Google จะชอบหรือเปล่า เพราะเป็นเครื่องมือที่เข้ามาช่วยคุณให้ครอบคลุมการทำ SEO ขั้นพื้นฐานที่ทุกเว็บไซต์ควรมีค่ะ (มีทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงินนะคะ)

ขั้นตอนการติดตั้งไม่ยากเลย เพียงแค่ดาวน์โหลดและ Install เข้า WordPress และกด Activate คุณจะเห็น Box ที่เป็น Yoast SEO ขึ้นมาในหน้า Page หรือ Post ของคุณได้เลยค่ะ

ดังนั้นในทุกๆ ครั้งที่คุณมีสร้าง Page หรือ Post ในหน้า WordPress ตัว Plug-in Yoast SEO จะช่วยให้คะแนนในส่วนของคุณภาพเนื้อหาและคะแนนความอ่านง่ายของเพจนั้นๆ 

สรุป

สำหรับการสร้างเว็บไซต์สักหนึ่งเว็บ แน่นอนว่าเปรียบเสมือนการสร้างบ้านของตัวเอง เพราะจะมีแค่ตัวบ้านอย่างเดียวไม่ได้นะคะ แต่ต้องมีเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยให้ชีวิตของเราง่ายขึ้นด้วยค่ะ สำหรับเครื่องมือต่างๆ เหล่านี้ก็เปรียบเสมือนเฟอร์นิเจอร์ 

แต่! .. อย่าลืมว่าถ้าบ้านมีเฟอร์นิเจอร์มากๆ จะทำให้บ้านเราอึดอัดและไม่สะดวกนะคะ เพราะฉะนั้นการติด Plug-ins หรือ Tools อื่นๆ อยากให้นึกถึงความจำเป็นในการใช้ว่า Tools เหล่านั้นเหมาะกับธุรกิจของเราหรือเปล่า ตรงกับเป้าหมายในธุรกิจของเราไหม มีส่วนช่วยในการส่งเสริม Goal ของธุรกิจของเราหรือเปล่า ถ้าหากว่าติดตั้งเยอะเกินไปอาจทำให้เสียเงินมากขึ้น หรือส่งผลเสียกับเว็บไซต์ก็เป็นได้ค่ะ

ขายของต่ออีกนิด .. ถ้าหากสนใจการทำเว็บไซต์ อยากสอบถามเพิ่มเติม สามารถสอบถามเราได้ที่นี่เลยค่ะ

Contributor

Katina Rinsawad

Considered herself as a Digital Nerd. Full time digital marketer and freelance business consultant for SMEs. 70% of her life is spent in digital world while the remaining 30% is with luggages, boarding passes, and 2 cameras.