ทีมงาน UNBOX BKK ได้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างใกล้ชิด และปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจเกือบทุกประเภทได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้

เราจึงได้มีการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาปัญหาธุรกิจแบบไม่มีค่าใช้จ่าย โดยให้ผู้ประกอบการหรือผู้ที่สนใจ ส่งคำถามเข้ามาทางอีเมลเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา และวันนี้ทีมงานของเราจะมาตอบคำถามธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 โดยเราได้ทำการสุ่มเลือกมาทั้งหมด 5 ธุรกิจ ธุรกิจละ 3 คำถาม ทั้งนี้ทีมงาน UNBOX BKK มีการดัดแปลงสำนวนของคำถามเพื่อให้ผู้อ่านได้อ่านง่ายขึ้น และขออนุญาตไม่เปิดเผยชื่อธุรกิจเหล่านี้ แต่จะเป็นการบอกประเภทของธุรกิจแทนนะคะ

ธุรกิจที่ 1 ร้านตัดผม จังหวัดชลบุรี

Q1: ช่วงนี้ไม่สามารถทำอะไรได้เลยเพราะรัฐบาลไม่ให้เปิดร้าน จะทำอย่างไรให้มีรายได้เข้ามาบ้าง

UNBOX BKK: ขอแนะนำให้เปลี่ยนช่องทางการขาย จาก Offline ซึ่งคือหน้าร้าน มาเป็น Online และ Mobile มากขึ้น เช่น ใช้ Facebook เป็นช่องทางประกาศข่าวสารหรือโปรโมชั่นพิเศษระหว่างที่ร้านปิด นอกจากนี้ทางร้านสามารถมีบริการใหม่คือการตัดผมที่ร้านและตามบ้าน โดยต้องเป็น Private Booking ตัดทีละคนเท่านั้น เน้นความสะอาดและ Social Distancing หรือใช้โอกาสนี้ผันตัวเองมาเป็นกูรูด้านทำผมซะเลย จัดคอร์สสอนทำผมออนไลน์แบบ Exclusive รีวิวผลิตภัณฑ์ทำผม การตัดผมด้วยตัวเองง่ายๆที่บ้าน ทั้งนี้เนื่องจากยอดการค้นหาเกี่ยวกับเรื่อง DIY (Do It Yourself) ใน Google พุ่งขึ้นกว่า 4 เท่าตั้งแต่รัฐบาลประกาศ Lock Down รวมถึงการตัดผมเองด้วย

Q2: เคยปรึกษาหลายธุรกิจ เขาแนะนำกันมาว่าควรมีเว็ปไซต์ แต่มีงบไม่เยอะ ไม่ทราบว่าต้องใส่ข้อมูลอะไรในเว็ปไซต์บ้าง แล้วถ้าใส่ข้อมูลเยอะเกินไปจะมีผลต่อราคาของเว็ปไซต์ไหม

UNBOX BKK: เว็ปไซต์จำเป็นมากสำหรับทุกธุรกิจในปัจจุบัน ถือเป็นตัวตนในโลก Digital ของเรา เนื่องจากสมัยนี้คนกว่า 80% พบเจอสินค้าและบริการที่ซื้อล่าสุดจากการค้นหาออนไลน์เท่านั้น หากมีงบไม่มาก สามารถใช้เว็ปไซต์ที่มี Free Template ได้เช่น Wix หรือ WordPress
การใส่ข้อมูลมากหรือน้อยไม่มีผลกับราคาค่ะ แต่การเพิ่มหน้าจะส่งผลต่อราคา ควรใส่ข้อมูลในเว็ปไซต์ให้กระชับ อ่านง่าย ร้านตัดผมสามารถทำเป็น Virtual Salon (ร้านตัดผมเสมือนจริงในโลกดิจิทัล) ได้เลย ยกตัวอย่างเช่น ร้านตัดผมที่ญี่ปุ่นและเกาหลีสามารถจองคิวตัดผมออนไลน์ได้ พร้อมส่วนลด และสามารถส่งรูปมาขอคำแนะนำก่อนได้โดยมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อย แต่ถ้าตัดสินใจมาตัดผมที่ร้าน ค่าใช้จ่ายดังกล่าวสามารถนำมาหักจากค่าตัดผมได้

Q3: เคยคิดจะทำ Facebook Live แต่ทำไม่เป็น และพูดไม่เก่ง มีคำแนะนำอะไรบ้าง

UNBOX BKK: Facebook Live เป็นอีก 1 ช่องทางการหารายได้ ลองทำเลยค่ะ ทุกอย่างต้องมีการเริ่มต้น ฝึกไปเรื่อยๆก็จะเก่งเองค่ะ ลองเริ่มที่การไปเป็นแขกรับเชิญหรือ Featuring กับ Facebook Page อื่นๆ เพื่อเพิ่มฐานแฟนคลับ ทำไปหลายๆ Topic และ Featuring กับเพจหลายสไตล์ หลังจากนั้นพอเริ่มชำนาญแล้วก็เปลี่ยนมาทำคนเดียวซึ่งสามารถเริ่มจากการ Live สั้นๆในหัวข้อธรรมดาก่อน พยายามศึกษาหาสไตล์การ Live ของตนเองว่าเราชอบพูดถึงเรื่องไหนเป็นพิเศษแล้วไม่ติดขัด เช่น วิชาการ, ตลก เมื่อโปรแล้วค่อยทำ Live แบบใส่สินค้าของตัวเองเข้าไปภายหลังค่ะ ที่สำคัญอย่าลืมศึกษา Facebook Analytics ของตนเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้ทราบรายละเอียดและ Interaction ของผู้ชม เพื่อนำมาปรับปรุงต่อได้นะคะ

ธุรกิจที่ 2: ร้านขายสังฆทานออนไลน์

Q1: สถานการณ์ COVID-19 ทำให้วัดปิด แล้วจะขายออนไลน์ได้อย่างไร

UNBOX BKK: ช่วงนี้ลองทำ Content ที่เกี่ยวกับการทำบุญ สวดมนต์ที่บ้าน หรือว่าเล่าเรื่องความเชื่อว่าการถวายสังฆทานด้วยสิ่งของเหล่านี้จะได้บุญอย่างไร เช่น ถ้าอยากได้คู่ควรจะถวายของใช้ที่เป็นคู่ (อย่างไรก็ตาม เรื่องเหล่านี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคลค่ะ) อาจทำออกมาในลักษณะ Blog หรือเขียนใน Facebook Page ก็ได้ สิ่งเหล่านี้จะเป็นการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งในระยะยาว ทำให้ลูกค้านึกถึงเราถ้าต้องการหาของสวยๆงามๆไปทำบุญค่ะ ในขณะเดียวกันลองหาข้อมูลเกี่ยวกับวัดป่าต่างจังหวัดว่าทางวัดรับสังฆทานทางไปรษณีย์หรือไม่ ถ้าทางวัดยินดี ก็เป็นสิ่งที่ทางแบรนด์นำมาโปรโมทได้ และสร้างรายได้เพิ่มเติมได้ค่ะ

Q2: ตอนนี้มีแค่ Facebook และ Instagram เป็นช่องทางการขาย และมี LINE ส่วนตัวเอาไว้ตอบลูกค้า แต่เนื่องจากร้านเป็นร้านเล็กเลยยังไม่อยากลงทุนมาก ทำอย่างไรจะสามารถใช้ช่องทางการขายที่มีอยู่แล้วได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

UNBOX BKK: ขอแนะนำให้เปลี่ยน LINE ที่ตอบลูกค้าเป็น LINE Official Account ค่ะ เพราะนอกจากจะทำให้ร้านดู Formal ขึ้นแล้ว เรายังสามารถใช้ลูกเล่นต่างๆใน LINE Official Account ทำให้เกิดยอดขายมากขึ้นได้ด้วยนะคะ เช่น การใช้ฟังก์ชั่นคูปองส่วนลดเนื่องในโอกาสพิเศษต่างๆ สำหรับลูกค้าที่ add LINE ของร้านเท่านั้น

สำหรับ Facebook และ Instagram ถือว่าเป็น Social Media พื้นฐานที่ทุกร้านควรมีอยู่แล้วค่ะ ข้อแนะนำคือทำ Content ให้ความรู้แก่ลูกค้าอย่างสม่ำเสมออย่างที่เสนอไปแล้วในคำถามแรก ลองใช้ Function ทำ Content สนุกๆของ Facebook บ้างก็ได้ค่ะเช่น Poll เปิดโหวตให้ลูกค้าเลือกแพคเพจของถวายสังฆทานแบบที่ชอบ หรือลองมาทำคลิปสั้นๆ เล่า Story ของแบรนด์, เล่าเรื่องการไปทำบุญโดยใช้แบรนด์นี้เป็นสื่อกลาง ตัว Instagram Story เองก็มีประโยชน์หลายอย่าง สามารถ่ายคลิปชีวิตประจำวันสั้นๆของเจ้าของแบรนด์และ Tie In แบรนด์นี้เข้าไปก็ได้ค่ะ

Q3: อยากให้ UNBOX BKK แนะนำเว็ปไซต์ที่ทำเองได้แบบไม่ต้องเขียน Coding และเว็ปไซต์ควรมีข้อมูลอะไรบ้าง

UNBOX BKK: สามารถใช้เว็ปไซต์ที่มี Free Template ได้เลยเช่น Wix หรือ WordPress ซึ่งทำเองได้ง่ายมากๆค่ะ โดยเฉพาะ Wix เหมือนการทำ Powerpoint Presentation เลย ข้อมูลในเว็ปไซต์ควรใส่ให้กระชับ ลูกค้าอ่านเข้าใจง่าย ข้อมูลที่ต้องใส่คือข้อมูลสำคัญที่ลูกค้าต้องทราบ เช่น ใช้เวลากี่วันจึงจะได้รับสินค้า มีบริการส่งแบบไหนบ้าง ราคา สี ไซส์ ช่องทางการชำระเงิน รูปสินค้าก็ต้องเป็นรูปที่ชัดเจนและเห็นหลายๆด้านค่ะ และหากต้องการทำให้การซื้อขายทั้งหมดจบลงที่เว็ปไซต์ ทางแบรนด์อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการใช้ Payment Gateway ค่ะ

ธุรกิจที่ 3: โรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับ 3-4 ดาว กรุงเทพมหานคร

Q1: มีคำแนะนำในการจัดงบทำการตลาดไหม

UNBOX BKK: คำถามนี้ขอตอบว่าไม่มีคำตอบที่ตายตัวค่ะ ขึ้นอยู่กับธุรกิจและ Margin ของกำไรกับต้นทุน บางธุรกิจแบ่งงบทำการตลาดแต่ละปีอยู่ที่ 10-30% จากยอดขายของปีที่แล้ว แต่บางธุรกิจก็อัดงบทำการตลาดไป 50% ตลอดทั้งปี บางธุรกิจเอากำไรทั้งหมดมาทำการตลาด ทีมงาน UNBOX BKK ขอแนะนำว่าให้ลองทำ Financial Forecast ว่าแต่ละเดือนเราควรมีรายได้เท่าไหร่ โดยใช้ข้อมูลที่เรามีอยู่มาช่วยคำนวณค่ะ เช่น จำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการโรงแรมต่อวันต้องเป็น 500 คน แต่ละคนมีการใช้จ่ายคนละ 300 บาท เมื่อทราบตัวเลขนี้แล้ว ก็จะสามารถคำนวณต่อไปได้อีกว่า ถ้าเราอยากเหลือกำไรต่อเดือนเท่าไหร่ เราต้องแบ่งเงินกี่เปอร์เซ็นต์หรือกี่บาทมาทำการตลาดค่ะ

Q2: ขอคำแนะนำเรื่อง Facebook Ad รู้สึกว่าทำแล้วไม่ได้ยอดตามที่ตั้งใจไว้ และลงทุนค่า Ad ไปเยอะมากกว่ายอดที่เข้ามา

UNBOX BKK: สูตรการทำ Facebook Ad ไม่มีกำหนดตายตัวค่ะ บางธุรกิจอาจประสบความสำเร็จในการลงโฆษณาเดือนละ 10,000 บาท แต่ได้ยอดขายเพิ่มเป็น 50,000 บาท ในขณะที่บางธุรกิจมี Budget วันละ 500 บาทแต่ลูกค้าที่ซื้อจริงๆไม่มีเลย มีแต่เข้ามาสอบถามทาง Message หรือบางธุรกิจอาจจะลงโฆษณาวันละ 300 บาทแต่ได้ยอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่าก็ได้
สิ่งแรกที่อยากให้วิเคราะห์ก่อนก็คือ จุดประสงค์ที่ต้องการทำ Facebook Ad, ระยะเวลาในการโปรโมทโปรโมชั่นต่างๆ, ขนาดของกลุ่มเป้าหมาย, Location ที่กลุ่มเป้าหมายอาศัยอยู่

หลังจากที่ได้วิเคราะห์คร่าวๆแล้ว ทางแบรนด์จะทราบเป้าหมายในการทำ Facebook Ad ให้เชื่อมโยงกับการขาย รวมถึงจำนวนและพื้นที่กลุ่มเป้าหมายที่คุณจะต้องทำ Facebook Ad หลังจากนั้นให้ลองแบ่งงบทำ Facebook Ad มาประมาณ 10-15% เพื่อทดสอบกลุ่มเป้าหมายกับจุดประสงค์ของโฆษณา (Ad Objective) หลังจากจบการโฆษณา ทางโรงแรมจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า Facebook Ad ของเราควรใช้จุดประสงค์โฆษณาแบบไหน และ Budget เท่าไหร่ค่ะ

Q3: หลังจากโรงแรมกลับมาเปิดบริการได้ปกติ ควรมี Digital Campaign อะไรก่อนดี

UNBOX BKK: อาศัยจังหวะนี้ในการสร้างความเชื่อถือของแบรนด์ให้กลับมาก่อนค่ะ ด้วยการสร้างมาตรการที่แน่ชัดเกี่ยวกับการป้องกันไวรัส COVID-19 ทั้งโรงแรม สรุปสิ่งเหล่านั้นให้ย่อยง่ายที่สุด แล้วสื่อสารผ่านบุคคลที่เชื่อถือได้เช่น Travel Bloggers อาจให้พวกเขามาที่โรงแรมเพื่อทำ Clip 1 วันในโรงแรมริมน้ำ ทำ Journey ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาว่าทางโรงแรมมีมาตรการ Social Distancing อย่างไรในทุกๆพื้นที่ ถ่ายบรรยากาศสบายๆริมแม่น้ำ รวมถึงทำรีวิวร้านอาหาร ห้องพัก นำคลิปเหล่านี้ไปปล่อยใน Social Media ของแบรนด์และของทาง Bloggers สามารถเริ่มทำก่อนรัฐบาลประกาศปลดล็อคได้เลยนะคะ

ธุรกิจที่ 4 ร้านขายนาฬิกาออนไลน์ ผ่าน E-Commerce Platform

Q1: ตอนนี้ไม่มี Customer Service เพราะบริษัทไม่ได้อยู่ในไทย แต่คิดว่าจะมีในอนาคต อยากสอบถามว่าจำเป็นมากไหมที่ต้องมี Customer Service เพราะลูกค้าก็ซื้อของและจ่ายเงินจาก E-commerce Platform นั้นอยู่แล้ว และสินค้าก็มีราคาไม่แพง (หลักร้อยถึงพันต้นๆ)

UNBOX BKK: จำเป็นต้องมี Customer Service เนื่องจากเป็นการเพิ่มความเชื่อถือของทางแบรนด์ และลูกค้ามักจะมีคำถามอยู่เสมอไม่ว่าเราได้ให้รายละเอียดของสินค้าเยอะแค่ไหน ทีมงาน UNBOX BKK แนะนำให้ใช้ Communication Channel ที่เป็น Platform ปิดค่ะ หนึ่งในนั้นคือ LINE Official Account ในการดูแลลูกค้าและบริการหลังการขาย ให้ลูกค้าที่ต้องการรับบริการทัก Chat เข้ามา ซึ่งสามารถเข้าถึงลูกค้าได้โดยตรงและมีความ Private สูง
โดยทางแบรนด์สามารถตั้งเวลาตอบได้ตามใจชอบ เช่นจะมีคนตอบแชทจริงๆแค่ 9.00-18.00 หากลูกค้าทักมาหลังหรือก่อนเวลานั้นจะเป็น Auto-Reply Message หรือระบบอัตโตมัติตอบ ซึ่งทางแบรนด์ก็สามารถ Set ไว้ได้เลยว่าคำถามอะไรที่ลูกค้ามักถามบ่อย แล้วเอาคำถามนั้นไปใส่ในระบบค่ะ เมื่อลูกค้าทักมาแล้วเห็น Auto-Reply Message นั้น เค้าอาจได้คำตอบแล้วไม่มาถามใน Chat ซ้ำ เป็นการใช้ทรัพยากรบุคคลอย่างคุ้มค่าด้วยค่ะ

Q2: อยากทำ Content ให้เปลี่ยนไปเป็นยอดขายให้เยอะที่สุด ควรจะทำ Content แบบไหน

UNBOX BKK: ธุรกิจประเภทจิลเวลรี่, นาฬิกา ควรเน้นภาพสวยเพื่อดึงดูดสายตาลูกค้าตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น สามารถเป็นภาพเดี่ยว (Pack Shot) หรือไปใส่ในมือคนก็ได้ UNBOX BKK เห็นว่าทางแบรนด์ลงขายใน E-Commerce Platform ดังนั้นเราขอแนะนำให้แบรนด์ทำแคมเปญพิเศษกับทาง Platform นั้นด้วยค่ะ เช่น การลงโฆษณาให้สินค้าของตัวเองไปอยู่ในหน้า 1 ของ Platform นั้น, การเข้าร่วมแคมเปญลดราคา, การเป็น Recommended Brand ซึ่งค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันออกไป นอกจากนั้น เราแนะนำให้ทำ Deeplink ของช่องทาง E-Commerce ต่างๆ ทำให้ลูกค้าที่สนใจสินค้าคลิกแล้วไปยังตะกร้าสินค้าที่ต้องการซื้อได้ทันที

Q3: ทุกเดือนแบรนด์เราจะส่งสินค้าไปให้ Influencer ประมาณ 3 คน แต่พวกเขาไม่ทำให้เกิดยอดขาย ทั้งๆที่ยอด Like ต่อรูปค่อนข้างเยอะ (ทางแบรนด์ทำ Link ให้แต่ละคนใส่ใน Caption) มีวิธีการอื่นๆไหมที่จะทำให้ Influencer Marketing ประสบความสำเร็จมากกว่านี้

UNBOX BKK: ต้องถามก่อนว่า 3 ท่านนี้เป็น Influencer ประเภทไหน เบอร์ใหญ่ หรือว่าเฉพาะกลุ่ม หรือทั่วๆไป ถ้าเป็น Influencer สายแฟชั่นทั่วๆไป อาจจะต้องดูว่า Followers ของเขาเป็นคนประเภทไหน ถูกกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์นาฬิกาหรือเปล่า เช่น Influencer ที่เป็นดารานักแสดงผู้หญิง กลุ่มคนที่มา Follow เขา 50% อาจเป็นผู้ชาย แต่แบรนด์เราขายนาฬิกาผู้หญิง ทำให้ Followers ของ Influencer ท่านนั้นไม่สนใจค่ะ

ทาง UNBOX BKK ไม่ได้รับข้อมูลว่าแบรนด์นี้ให้ Influencer โพสต์รูปหรือทำ Content ใน Platform ใด แต่เดาว่าน่าจะเป็น Instagram ซึ่ง Instagram จะไม่สามารถใส่ Link สินค้าใน Caption ได้ค่ะ เมื่อโพสต์แล้วจะกลายเป็น Text ธรรมดา และต้องบอกว่า Instagram นั้นจะเป็นการ Create Awareness ให้กับแบรนด์มากกว่า ไม่เหมาะกับธุรกิจ E-commerce ที่ต้องการวัดผลโดยการกด Link ค่ะ ดังนั้นขอแนะนำว่าถ้าต้องการวัดผลยอดขายโดยการกด Link ทางแบรนด์ควรใช้ Influencer ใน Facebook หรือ YouTube มากกว่าค่ะ ประกอบกับการทำโฆษณา (Facebook Ad) ด้วยก็จะยิ่งทำให้คนเห็นสินค้าของเรามากขึ้น

แต่ถ้าแบรนด์ยืนยันจะใช้ Influencers ทาง Instagram เราขอแนะนำว่าควรเพิ่มจำนวน Influencer ขึ้น อาจเป็นเดือนละอย่างต่ำ 10 ท่าน โดยเปลี่ยนมาเป็นกลุ่มที่ยอด Followers ไม่สูงแต่ตรงกลุ่มเป้าหมายค่ะ เป็นพวก Fashion Icon คนที่แต่งตัวเก่งๆ หรือ Stylist เพราะทางแบรนด์จะสามารถมั่นใจได้แน่นอนว่าเขาจะสื่อสารแบรนด์ของเราอย่างถูกต้องและทำให้เกิดยอดขายตามมาแน่นอน

ธุรกิจที่ 5 เอเจนซี่บริการส่งนักเรียนไปเรียนต่อต่างประเทศ

Q1: เนื่องจากส่งนักเรียนไปเรียนไม่ได้จึงไม่มีรายได้ ช่วงนี้ควรทำอย่างไรที่เว้นจากการระบาด จาก Core Business เพื่อให้มีรายได้มากขึ้น หรือ ควรทำ Collaboration กับบริษัทไหน เพื่อให้มีกิจกรรมมากขึ้นหรือเปล่า

UNBOX BKK: แนะนำให้ปรับรูปแบบธุรกิจโดยเน้น Digital Marketing มากขึ้นค่ะ ต้องมี Service ใหม่ๆโดยต่อยอดจากฐานลูกค้าเดิม เช่น Online Consultation รับเป็นที่ปรึกษา ดูแล นักเรียนที่อยากไปเรียนต่อปีหน้าไปก่อนในช่วงปีนี้ หรืออาจแตกยอดไปทำเรื่องตัวกลางประสานงานเอกสารบ้านพัก วีซ่า อะไรก็ตามที่จำเป็นสำหรับการพักและการกลับไปเรียนต่อ ส่วนคนที่ยังไม่ได้ไป ก็เน้นเป็นเอเจนซี่ที่ให้นักเรียนมาเรียนเตรียมพร้อมภาษาอังกฤษเช่น Toefl, IELTS ก่อนไปเรียนต่อปีหน้า หรือจัดคอร์สเตรียมสอบ เขียน SOP ทำ Virtual Tour โรงเรียนต่างๆ จัดหา Mentor Pairing สำหรับการเตรียมตัว ทุกอย่างนี้สามารถเกิดขึ้นผ่าน Online Channels ต่างๆ เช่น Zoom, Google Hangouts

Q2: คาดว่า เทรนการส่งนักเรียนไปเรียนต่างประเทศน่าจะเปลี่ยนไปเยอะ (ภาพลักษณ์ประเทศอังกฤษ) ควรอยู่ หรือ ออกจากธุรกิจ หรือ ปรับตัวอย่างไร

UNBOX BKK: เทรนด์การเรียนต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอนค่ะ เป็น New Normal ธุรกิจอาจต้องเริ่มศึกษาว่าต่อไปเทรนด์จะเป็นอย่างไร มหาวิทยาลัยมีขั้นตอนการรับนักเรียนแต่ละระดับชั้นอย่างไร เช่น ตอนนี้การสอบ A Levels, GRE, GMAT ย้ายมาสอบออนไลน์แล้ว หากรู้ก่อน ธุรกิจก็จะได้เตรียม Service ที่เหมาะสมได้ค่ะ เช่น เน้นกาสอนทำข้อสอบแบบออนไลน์เท่านั้น ส่วนภาพลักษณ์ประเทศอังกฤษด้านการศึกษานั้น จริงๆแล้วยังจัดว่ามีมหาวิทยาลัยในฝันของนักเรียนทั่วโลกตั้งอยู่ ซึ่งน่าจะไม่ได้เปลี่ยนเร็วๆนี้ค่ะ

Q3: UNBOX BKK มีวิธีการอย่างไรในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ในการเพิ่มรายได้ หรือมีกลยุทธ์ในการผ่านช่วงนี้ไปได้อย่างไร

UNBOX BKK: ทางเราเปลี่ยนการเรียนการสอนเป็น Online เต็มรูปแบบ และทำเรื่อง Consultation ปรึกษาปัญหาธุรกิจแบบตัวต่อตัวด้วย ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกเวลาที่สะดวกเองได้ เพราะเรียนหรือปรึกษาจากที่ไหนก็ได้ในโลกค่ะ นอกจากนี้ในส่วนที่เป็น Full Service Digital Agency เราก็ใช้ Google Hangouts และ LINE เพื่อคุยกับลูกค้าแทนการเจอหน้าค่ะ ลูกค้าสามารถปรึกษาเราได้ 24 ชั่วโมง ถ้าเวลาว่างตรงกันค่ะ ซึ่งทางทีมเองมองว่าสะดวกมากสำหรับ 2 ฝ่าย