ไม่มีถูกหรือผิดถ้าอยากเริ่มทำธุรกิจตามสัญชาตญาณเรียกร้อง แต่เป็นเรื่องถูกต้องแน่นอนถ้าจะลงมือทำ Research เพื่อตรวจสอบความเป็นไปได้ในการสร้างธุรกิจ อย่างที่เขาว่า “Follow your heart but take your brain with you”

การทำ Research ก็เพื่อหาข้อมูลมาทำความเข้าใจสภาพตลาดและรู้จักลูกค้าของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น ข้อมูลนี้มีประโยชน์อย่างมากต่อการสร้างรากฐานของธุรกิจ ตั้งแต่การทำสินค้าและบริการ ไปจนถึงเรื่องการสื่อสาร และสร้างภาพลักษณ์ให้น่าเชื่อถือ

Research มีแบบไหนบ้าง?

1. แบบสอบถาม (Survey)
การหว่านแบบสอบถาม บนหน้าเว็บไซต์หรือตามจุดให้บริการ เป็นการหาข้อมูลเชิงเน้นปริมาณเพื่อเก็บข้อมูลทั่วๆ ไป เกี่ยวกับลูกค้า เช่น เพศ อายุ ความพึงพอใจ และขอข้อติชมและเสนอแนะ

2. การอภิปรายกลุ่มย่อย (Focus Group Discussion)
แบบสอบถามจากข้อ 1. อาจทำให้เรารู้ว่าคนทั่วไปชอบสินค้าสีฟ้าของเรามากกว่าสีแดง แต่การอภิปรายกลุ่มตัวอย่างนี้จะเจาะลึกลงไปเพื่อหาสาเหตุว่าทำไมพวกเขาถึงชอบสินค้าสีฟ้ามากกว่า การอภิปรายนี้ต้องผ่านการวางแผนมาก่อน มีผู้นำการอภิปรายที่มีความเข้าใจ ให้คนในกลุ่มออกความเห็นของตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ และป้องกันไม่ให้เกิดการชี้นำขึ้นภายในกลุ่มจนข้อมูลที่ได้ผิดเพี้ยนไป

3. สัมภาษณ์รายบุคคล (In-depth Individual Interviews)
การหาข้อมูลลักษณะนี้เปิดโอกาสให้ผู้ถูกสัมภาษณ์สามารถเล่าและแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ อาจมีข้อเสียบ้างที่ใช้เวลามาก มีความยุ่งยากที่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ถูกสัมภาษณ์ แต่ก็ให้ข้อมูลเชิงลึกซึ่งอาจลงไปถึงเรื่องชีวิตส่วนตัว ความชอบความสนใจส่วนบุคคลของผู้ถูกสัมภาษณ์ ผู้สัมภาษณ์ต้องมีความเชี่ยวชาญสามารถวิเคราะห์คำตอบของผู้ถูกสัมภาษณ์และเลือกถามคำถามเพื่อหาข้อมูลที่มีประโยชน์ออกมาให้ได้มากที่สุด

Research เพื่อการเริ่มธุรกิจ มักถามกันเรื่องอะไร?

1. ตลาดและลูกค้า
เรื่องแรกที่คนจะทำธุรกิจควรรู้ก็คือถ้าออกสินค้าหรือบริการแบบนี้มาจะมีคนซื้อหรือไม่? การทำ Research อาจหมายถึงการทดสอบไอเดีย ทำตัวอย่างสินค้าและบริการออกมาให้คนลองใช้เพื่อขอความคิดเห็น

ถ้ามีคนอยากซื้อแล้ว คำถามต่อมาก็คือคนที่อยากซื้อมีปริมาณมากพอจะทำให้เราเริ่มธุรกิจได้หรือเปล่า? ถ้ามีคนซื้อมากพอ ก็จะตามมาด้วยคำถามเกี่ยวกับเพศ อายุ ของผู้ซื้อ ไปจนถึงเหตุผลที่พวกเขาตัดสินใจซื้อ

2. คู่แข่ง
การแข่งขันเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในทุกธุรกิจต้องเจอคู่แข่งไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมอยู่แล้ว นี่ก็เป็นหัวข้อหนึ่งที่เราควรจะรู้ไว้หากต้องการจะให้ธุรกิจของเราอยู่ในตลาดไปได้นานๆ นอกจากนี้สิ่งที่ธุรกิจอื่นๆ ทำไว้อย่างไม่สมบูรณ์แบบ อาจจะมีช่องทางที่เราสามารถแทรกตัวเข้าไปสร้างธุรกิจได้ด้วย

โดยรวมแล้วการทำ Research ก็เพื่อศึกษาก่อนว่าตลาดต้องการอะไร อาจจะเจอปัญหาที่เราไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีอยู่ สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่โอกาสและช่องทางการเติบโตของธุรกิจ

ประโยชน์ของการทำ Research

1. เพิ่มจุดแข็ง ลบจุดอ่อน
ค้นหาว่าใครเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของเรา ดูว่าธุรกิจของเราให้ประโยชน์อะไรกับลูกค้าบ้าง อะไรเป็นจุดแข็งของสินค้าและบริการของเรา จะได้นำไปพัฒนาต่อให้เกิดเป็นเหตุผลชัดเจนที่ลูกค้าต้องเลือกแบรนด์ของเรา ช่วยสร้างจุดยืนที่แข็งแรงให้กับธุรกิจ
ผลของการ Research อาจทำให้เห็นปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นให้ธุรกิจได้เตรียมรับมือ ช่วยหยุดการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า ลดค่าใช้จ่ายและการเสียเวลาลงอีกด้วย

2. เพิ่มปัจจัยในการแข่งขัน
การรู้ทันคู่แข่งล้วนแต่เป็นประโยชน์ต่อการทำการตลาดทั้งเชิงรุกและรับ อาทิ ทำแคมเปญเพื่อรักษาจุดยืนของแบรนด์เรา แก้ไขปัญหาที่แบรนด์อื่นทำไม่ได้เพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆ เปลี่ยนลูกค้าที่ผิดหวังจากแบรนด์อื่นให้มาใช้แบรนด์เราแทน หรือดีไม่ดีเราอาจจะเจอข้อมูลที่สามารถเปลี่ยนคู่แข่งมาเป็นคู่ค้าของเราแทนก็ได้

3. ตอบคำถามด้วยตัวเลข
จัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆ และประเมินความเสี่ยงออกมาเป็นรายงานที่ชัดเจน สิ่งนี้เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจได้ในหลายเรื่อง ตัวอย่างเช่น พื้นที่ที่เราควรทำธุรกิจ การตั้งราคาสินค้าและบริการ เป็นต้น

การรวบรวมข้อมูลขึ้นมาให้ชัดเจน ทำให้ธุรกิจสามารถประเมินและตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้และจับต้องได้ สะดวกต่อการบริหารองค์กร สร้างทิศทางการดำเนินงานให้เป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น ในอนาคตเมื่อถึงเวลาที่ธุรกิจต้องมีการเปลี่ยนแปลงจะได้มีรายงานเป็นข้อมูลจากอดีตให้เปรียบเทียบได้ด้วย

4. สร้างแบรนด์ที่แข็งแรง
เรา Research ได้แม้แต่เรื่องความรู้สึกที่ลูกค้ามีต่อสินค้าและบริการของเรา เพื่อจะได้วางแผนการตลาดให้เหมาะสมว่าเราจะควรใช้ข้อความแบบไหนจึงจะเข้าถึงผู้บริโภคได้ ควรสร้าง Brand Personality อย่างไรจึงจะได้ความเชื่อถือ และตรวจสอบว่ามีเรื่องที่ลูกค้าเข้าใจผิดเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของเราหรือไม่ จะได้แก้ไขป้องกันได้ทันที

การทำ Research ทำได้ไม่สิ้นสุด


ทำ Research ก่อนจะเริ่มธุรกิจไปแล้ว แต่หลังจากนั้นธุรกิจก็ยังควรจะสำรวจตลาดและเก็บข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคและความต้องการในสังคมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อย่างที่เราเห็นกันว่าธุรกิจยักษ์ใหญ่มีเครื่องมือที่ช่วยให้พวกเขาติดตามตลาดและการเปลี่ยนแปลงของลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง จะได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบสินค้า บริการ หรือการสื่อสารให้เหมาะสม สำหรับธุรกิจเล็กๆ อาจจะไม่มีทรัพยากรที่ทำได้ขนาดนั้น แต่การทำ Research ก็ยังเป็นสิ่งควรทำอยู่ตามโอกาสที่ทำได้ เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ให้ผลดีกับการพัฒนาธุรกิจอย่างแน่นอน

ทีมงาน UNBOX มีบริการทำ Research ด้วยนะครับ ทั้ง Data Service รวบรวมข้อมูล และ Research & Analysis รวบรวมมาแล้วยังวิเคราะห์ให้ด้วย! เราสามารถออกแบบร่วมกันเพื่อทำ Research ในรูปแบบที่เหมาะสมตามความต้องการของคุณ พร้อมทั้งให้ผลลัพธ์ที่มีประโยชน์สูงสุดได้ด้วย ทักหาทีม Unbox เพื่อคุยเรื่องรายละเอียดได้เลยครับ

Karn

Contributor

Karn Triamsiriworakul

Learned about reasoning from the school of law but landed job in marketing field to work toward his interest in art and psychology.