ตลาดเครื่องสำอางของไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา 10 ปีที่ผ่านมา และคาดการณ์ว่าจะเติบโตขึ้นอีกประมาณ 6% ในช่วงปี 2020-2023 นี้ จึงไม่น่าแปลกใจหากตลาดนี้จะเป็นที่สนใจโดยเจ้าของธุรกิจ เพราะมีช่องทางให้ผู้ที่มีความสนใจกระโดดเข้ามาเป็นผู้เล่นใหม่ได้อยู่ตลอด ซึ่งจากข้อมูลครึ่งปีแรกนี้ ภัยโรคระบาดก็ไม่ได้ก่อความเสียหายให้กับตลาดเครื่องสำอางไทยเท่าไหร่นัก เพียงแต่ชะลอการเติบโตลงไปเท่านั้น

สินค้าและการทำโฆษณาของกลุ่มสินค้าเครื่องสำอางได้เปลี่ยนแปลงไปตามวิถีชีวิตของคน ครั้งนี้ UNBOX BKK ไปสำรวจตลาดของแบรนด์เครื่องสำอางไทยในปี 2020 มาฝาก

เทรนด์ตลาดเครื่องสำอางและสกินแคร์ในช่วงระหว่างและหลังโควิด

การ Work From Home และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปสู่ New Normal ทำให้หน้ากากอนามัยกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เรามีนวัตกรรมหน้ากากออกมามากมายไม่ซ้ำกันแต่ละวัน จนตอนนี้หน้ากากกลายเป็นแฟชั่นไอเทมไปแล้ว สินค้าที่เกี่ยวกับความสวยงามรอบดวงตาก็มีความโดดเด่นมากขึ้นด้วย เพราะจมูกและปากถูกบดบังไปด้วยหน้ากาก

สินค้ากลุ่ม Personal Care ยังคงมียอดขายที่ดี เนื่องจากคนอยู่บ้านก็มีเวลาในการใส่ใจดูแลตัวเองมากขึ้น หรือการใส่หน้ากากทั้งวัน ทำให้เกิดปัญหาผิว สิว ฝ้า เพราะหน้ากากอบ แล้วยังกักความสกปรกอีกต่างหาก จึงต้องใช้สินค้า Skincare ช่วยบำรุงหรือแก้ปัญหาดังกล่าวตามมา ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวยังกินส่วนแบ่งตลาดเครื่องสำอางสูงถึง 42%

การสื่อสารของแบรนด์กลุ่มเครื่องสำอางเพื่อความสวยงาม หันไปเน้นเรื่องของความคงทนของเครื่องสำอางมากขึ้น เพราะหน้ากากมักเสียดสีกับผิวหน้าจนทำให้ Make Up ลบเลือน

ส่วนที่น่าสนใจคือ ส่วนแบ่งในตลาดไม่ได้มีแค่เครื่องสำอางและสกินแคร์สำหรับผู้หญิงหรือ Unisex เท่านั้น เครื่องสำอางสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะก็ยังขายได้ด้วย เพราะผู้ชายสมัยนี้ก็หันมาใช้ครีมกันแดด ลิปมัน กันมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มจะซื้อสินค้าดูแลสุขภาพเส้นผม ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอยกันมากขึ้น

วิธียอดนิยมในการทำการตลาดและโฆษณาแบรนด์เครื่องสำอาง

1. Beauty Blogger, KOL และ Influencer

แบรนด์ยังคงทำการโฆษณาโดยมีการร่วมมือกับเหล่า KOLs ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วง Lockdown ยอดการรับชม Online Content ยิ่งสูงขึ้นด้วย คล้ายว่าในช่วงเวลาวิกฤต คนเราก็ยังต้องการ Content แต่งหน้ามาดูแก้เครียดและรับกำลังใจจากเหล่า Blogger ที่ตนชื่นชอบ

2. Content Marketing บน Social Media

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา Facebook และ Instagram มีมาตรการในการทำโฆษณาที่เข้มงวดมากขึ้นเรื่อยๆ และปีนี้เองก็ยิ่งเพิ่มขึ้น มีหลายคำซึ่งถูกลดการมองเห็นหรือไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เป็นส่วนประกอบของโฆษณา ทำให้แบรนด์ต้องหันมาทำ Content Marketing กันมากขึ้นกว่าเดิม ผลักดัน Content ไปในเชิงของ Lifestyle มากขึ้น

นอกจากนี้การมาของ Tik Tok แพลตฟอร์มสำหรับ Short Video ก็เป็นพื้นที่ใหม่ๆ ให้แบรนด์เข้าไปร่วมกิจกรรมหรือสร้าง Challenge เพื่อทำโฆษณาในลักษณะของกิจกรรมให้ลูกค้าเข้ามาร่วมแสดงความคิดสร้างสรรค์ได้อีกด้วย

3. Live บนแพลตฟอร์ม Social Media หรือ E-Commerce

ตอนนี้ ตลาด E-Commerce หันมาทำ Live กันมากขึ้นเพื่อเพิ่มสีสันให้กับตลาดออนไลน์ โดยเพิ่มลูกเล่นมาเพิ่มความบันเทิง ชี้ให้คนชม ชวนให้คนดูกันมากขึ้นและนานขึ้น

Lazada เปิดเผยว่า ตัวเลขการ Live และยอดการรับชมการ Live เพื่อขายสินค้าบนแพลตฟอร์มของเขาพุ่งสูงขึ้นแม้จะอยู่ในช่วงโควิดระบาด ส่วนหนึ่งเพราะการรับชม Online Content สูงขึ้น และอีกปัจจัยหนึ่งคือคนต้องหันมาช้อปปิ้งออนไลน์แทน ไม่สามารถไปเลือกซื้อสินค้าตามห้างสรรพสินค้าหรือหน้าร้านได้อีกต่อไป

จากที่เราเคยเล่าสู่กันฟังไปเกี่ยวกับการที่แบรนด์แห่แหนกันมา Live ตามช่องทางต่างๆ รวมถึง E-Commerce ด้วยนั้น (https://www.unboxbkk.com/brand-live-streaming/) ตลาดเครื่องสำอางเองก็มี E-Commerce เป็นแหล่งทำเงินด้วยเช่นเดียวกัน ในปัจจุบันมีผู้เล่นตลาด E-Commerce มากมาย ทั้งที่มีสินค้าทุกประเภท อาทิ Lazada, Shopee, JD Central และที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับจำหน่ายเครื่องสำอางโดยเฉพาะ อาทิ Konvy, Sephora, Beauticool

แบรนด์เองก็ไม่ควรพลาดในการกระจายช่องทางจำหน่ายไปตามแพลตฟอร์มทั้งหลาย จะได้เพิ่มการมองเห็นโดยลูกค้าของแพลตฟอร์มต่างๆ  โดยเฉพาะสินค้าเครื่องสำอางที่ราคาไม่แพง ยิ่งลูกค้าเราเข้าถึงสินค้าง่ายเท่าไหร่ยิ่งดี นอกจากนี้แต่ละแพลตฟอร์มมักมีการจัดโปรโมชั่น หรือกิจกรรมกระตุ้นการขายให้คนช้อปปิ้งออนไลน์กันมากขึ้น ก็เป็นผลดีกับเหล่าพ่อค้าแม่ค้าบนแต่ละแพลตฟอร์มอีกด้วย

4. Distributor กระจายสินค้าให้กับร้านค้าปลีก

จากการสำรวจแล้ว สาเหตุอันดับ 1 ที่คนจะไม่ซื้อเครื่องสำอางออนไลน์ ก็คือ “ไม่มีโอกาสได้ทดลองใช้ก่อน” สำหรับหลายคนแล้วการดูรีวิวอย่างเดียวไม่เพียงพอจะทำให้กล้าตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะถ้าไม่ใช่แบรนด์ที่ซื้อประจำยิ่งไม่กล้าใช้เพราะกลัวไม่เข้ากับสภาพผิวหรือสีทาออกมาแล้วไม่ถูกใจตามที่หวัง

การดูรีวิวสินค้าของ Bloggers อาจจะมีปัจจัยเรื่องสภาพผิว โทนสีไม่ตรงกับในวีดีโอ หรือผิวสัมผัสของผลิตภัณฑ์ไม่โดนใจเข้ามาเกี่ยวข้อง สุดท้ายคนก็ต้องลองหา Tester ลองใช้อยู่ดี การมีสินค้าให้ทดลองตามร้านค้า อาทิ Eveandboys, Watsons, Boots หรือการออกบูธก็ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่ เพื่อให้ผู้คนมีโอกาสได้ทดลองสินค้าของเราเร็วขึ้น

5. เว็บไซต์

แหล่งสำคัญที่รวบรวมข้อมูลของแบรนด์ ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าลูกค้าทุกคนสามารถเข้าชมเว็บไซต์ของเราได้แน่นอน โดยไม่ต้องอาศัย Social Media ใดเป็นทางผ่าน แม้ว่าจะมีการซื้อขายกับเว็บไซต์ของแบรนด์ไม่มากเท่ากับที่เกิดขึ้นตาม Social Media หรือ E-Commerce เพราะบนหน้า Official Site มักจะไม่ได้จัดโปรโมชั่น แต่ก็ยังเป็นสิ่งที่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ได้มาก ทั้งยังเป็นที่ที่เหมาะแก่การทำ SEO และเป็นศูนย์รวมช่องทางส่งลูกค้าไปยัง Social Media หรือ E-Commerce ได้ทั้งหมด อย่าลืมทำ Mobile Version ให้กับเว็บไซต์ด้วย เพราะปัจจุบันนี้มากกว่า 80% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ใช้ผ่านสมาร์ทโฟนกันทั้งนั้น

UNBOX BKK ขอทิ้งท้าย

หากว่าคุณต้องการจะเริ่มต้นกิจการขายเครื่องสำอางแล้วล่ะก็ อย่าลืมคำนึงถึงเรื่องสภาพเศรษฐกิจทั่วโลกที่ทำให้ผู้คนต้องการเครื่องสำอางที่มีราคาถูกกว่าเดิม นอกจากนี้ปัจจัยเรื่องความยั่งยืนก็เข้ามามีผลกับการตัดสินใจซื้อมากขึ้น ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่มีการรณรงค์รักษ์โลก สินค้าที่เหมือนกันจาก 2 แบรนด์ แบรนด์ที่ใช้วัตถุดิบหรือมีส่วนในการช่วยอนุรักษ์โลกก็จะมีภาษีดีกว่า มีโอกาสจะขายได้มากกว่าอีกยี่ห้อหนึ่งอีกด้วย

Karn

Contributor

Karn Triamsiriworakul

Learned about reasoning from the school of law but landed job in marketing field to work toward his interest in art and psychology.