วันนี้ UNBOX BKK ออกจะมาแนวแตกต่างสักหน่อยเพราะวันนี้เราอยากมาสื่อสารกับน้องๆที่กำลังจบใหม่โดยเฉพาะค่ะ จากการทำงานกับเด็กๆนิสิตนักศึกษามาร่วมหลายปี และได้พูดคุยกับพี่ๆที่ต้องเริ่มรับน้องๆจบใหม่เข้าทำงาน วันนี้ UNBOX BKK ได้รวบรวม 9 ข้อผิดพลาดใน Resume ที่พี่ๆอยากจะฝากบอกน้องๆ ให้ระวังข้อผิดพลาดที่อาจจะคิดไม่ถึงนี้ไว้ รับรองถ้าทำได้ น่าจะเพิ่มโอกาสให้สามารถผ่านด่านแรกในการสมัครงาน และสร้างความประทับใจเบื้องต้นได้ดีเลยล่ะค่ะ

1. เลือกใช้สีที่เหมาะสมกับเนื้องานที่จะสมัคร
ในที่นี้เราจะไม่บอกว่าสีสุภาพ หรือสีสันสดใสนั้นเป็นสีทีดีกว่า เพราะหากเราจะไปสมัครงานในบริษัทสายบันเทิงหรือบริษัทแฟชั่นจ๋าๆนั้น หากใช้สีสันที่ฉูดฉาดสัดหน่อย เพิ่มความสดใสเพื่อ Present Lifestyle หรือความเป็นตัวตนของเรานั้นก็คงไม่แปลก แต่ถ้าเป็นบริษัทโดยทั่วๆไป โดยเฉพาะบริษัทที่ต้องใช้ความน่าเชื่อถือมาก อย่างเช่นสายการเงิน สายบริหารธุรกิจนั้น ทาง UNBOX BKK แนะนำให้น้องๆใช้สีสุภาพ เช่นสีน้ำเงิน เทา ดำ ไว้จะปลอดภัย และเน้นดูสบายตามากกว่า อาจมีแทรกสีสันสดใสได้เล็กน้อยเพื่อให้ดูน่าสนใจได้นะคะ และระวังอย่าให้ Resume ของเราสีเข้มไปซะทุกส่วน เพราะบางครั้ง Resume ของเราอาจจะถูก Print สีขาวดำออกมาก็ได้ค่ะ

resume color scheme

สีสุภาพในโทนนี้หรือใกล้เคียง ปลอดภัยไว้ก่อน
ลองเลือกที่ชอบ และบ่งบอกบุคลิกภาพเราได้ใกล้เคียงนะคะ

resume template example

บางครั้งการแทรกสีสดๆเข้ามาเล็กน้อยก็ทำให้ดูโดดเด่นสะดุดตา แต่ระวังอย่าให้เยอะมากไปเพราะอาจจะทำให้ดูรกได้ค่ะ

 

2. อย่าเชื่อใน Template ที่หาได้ใน Internet เสมอไป
เพราะหากถ้า Template นั้น Search ได้ง่ายจริง เพื่อนๆที่สมัครพร้อมกับเราก็คง Search เจอเหมือนกันจริงไหมคะ และเราก็คงไม่อยากเหมือนใครนัก (โดยเฉพาะหากเพื่อนมีคุณสมบัติที่ดีกว่า^^) และที่สำคัญที่สุด Template ที่น้องๆเลือก อาจไม่ใช่ Template ที่บริษัทหลายๆบริษัทยอมรับในฐานะ Professional เพราะอาจจะสร้างโดยผู้ที่สมัครงานคนละสายกับน้องๆ หรืออาจมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบที่ยังไม่โดนใจ HR รุ่นพี่ๆสักเท่าไหร่ ดังนั้นอาจจะต้องใช้เวลาเลือกแบบสักเล็กน้อย Tips คือลองเลือกแบบที่ตัว Arts Direction นั้นดูไปได้กับแนวทางขององค์กรนะคะ แต่ถ้าขี้เกียจจะทำหลายแบบ ลองเลือกแบบที่เรียบๆง่ายๆ ดูทันสมัย กลางๆไว้ก็ปลอดภัยที่สุดค่ะ

3. Font อ่านง่ายสำคัญที่สุด จัดหน้าก็ต้องเป็นระเบียบนะจ๊ะ
นึกภาพพี่ๆ HR ที่ต้องอ่าน Resume วันละเป็นร้อยใบ หากตัวอักษรของเราอ่านยาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ตัวอักษรที่ดูอาร์ตมากเกินไป ตัวอักษรที่เล็กมากเกินไป อาจจะทำให้พี่ๆ HR รู้สึกเหนื่อยล้า หมดโอกาสในการอ่านเนื้อหาที่น่าสนใจของเราได้ ดังนั้นลองใช้ตัวอักษรที่อ่านง่ายๆ ดูทันสมัย อย่าง Helvetica หรือ Arial ก็นับว่าปลอดภัย หากอยากใช้ Font สวยงามบ้าง มีลูกเล่นนิดหน่อยให้ไม่น่าเบื่อ ก็อาจจะใช้กับ Heading บางจุดก็พอค่ะ ส่วนใครที่ใช้ภาษาไทยนั้น ระวังการเลือกตัวอักษรที่เชยจนเกินไปนะคะ และที่สำคัญที่สุด อย่าเพลิดเพลินกับการตกแต่งความสวยงามเกินไป จนลืมจัดความเป็นระเบียบ ความอ่านง่ายของการวางตัวอักษรต่างๆค่ะ

4. โชว์ของดี ไม่ใช่แค่ดีแต่พูด
น้องๆหลายคนนิยมใส่คุณสมบัติ Leadership skill, Teamwork, Communication Skill และอื่นๆอีกมากมายลงไปใน Resume แต่คำพูดเหล่านั้นใครๆก็ใส่ลงไปใน Resume ได้จริงไหมคะ ถ้าอยากโชว์เหนือว่าฉันทำได้จริง ลองใส่กิจกรรมที่ทำแล้วแสดงความเป็นผู้นำ ความเป็นทีมเวิร์ค หรือความสามารถในการสื่อสารจริงๆ เช่นตำแหน่งประธานชมรม ตำแหน่งผู้ประสานงาน หรือตำแหน่งใดๆที่พิสูจน์ความสามารถเหล่านั้น ฟังดูน่าเชื่อถือมากกว่าการเขียนเฉยๆเยอะเลยค่ะ

5. Grammar Check Check Check and Check !!!
การสะกดผิดแม้สักจุดเดียว อาจจะทำให้แต้มบุญคุณสมบัติ “ความสามารถทางภาษา” “ความละเอียดรอบคอบ” “ความใส่ใจ” ของน้องๆลดลงได้อย่างไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ (ระวังเป็นอย่างยิ่งเลยนะคะ เวลาเราเขียนภาษาไทยว่าความสามารถระดับ Native แต่กลับสะกดผิดในจุดง่ายๆ ความเป็นเจ้าของภาษาของเราพังเลยล่ะค่ะ) ความถูกต้องของการสะกดต่างๆนั้นเป็นหน้าด่านที่ทำให้ HR เลือกคัดคนในบางสายงานได้อย่างง่ายๆทีเดียวนะคะ องค์กรไหนก็อยากได้คนที่ภาษาเขียนเบื้องต้นมีความเป็นมืออาชีพ ถูกต้องไหมคะ
ป.ล. ระวังเป็นอย่างยิ่งในการสะกดชื่อสถาบัน ชื่อองค์กรต่างๆนะคะ เวลารุ่นพี่เห็นน้องๆที่จบสถาบันเดียวกันมาเขียนชื่อสถาบัน หรือชื่อมหาวิทยาลัยผิด ทำให้เกิดความสงสัยไม่น้อยเลยล่ะค่ะ ว่าน้องๆจบมาจริง หรือเคยฝึกงานที่นั่นจริงๆหรือเปล่า ในอนาคตจะเขียนชื่อองค์กรของเราผิดไหม

6. การ Save ชื่อไฟล์ รายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่แสดงถึงความใส่ใจ
เมื่อเราทำ Resume เรียบร้อยแล้วถึงเวลากด Save แนะนำให้ Save เป็น PDF จะดีที่สุด เพื่อคงคุณภาพของชิ้นงานเราไว้ และไม่ทำให้ตัวอักษรหรือการจัดหน้าของเราเด้งนะคะ และที่ระวังที่สุดเลยคือการ Save ชื่อไฟล์ค่ะ ลองใช้ชื่อไฟล์ง่ายๆอย่าง Resume_ตามด้วยชื่อภาษาอังกฤษ.pdf ก็เรียบง่ายปลอดภัยดี อย่าเผลอ Save เป็น Untitled, Final, Revise หรืออะไรที่แสดงชื่อไฟล์ที่ไม่สมบูรณ์เชียวนะคะ ตั้งชื่อไฟล์ให้เมื่อใคร Save แล้ว เค้าต้องรู้ว่าเป็นของเราแน่นอนค่ะ

7. ส่งเมลไปอย่าแค่โยน File แต่เขียนแนะนำตัวให้ดูเป็นทางการ และสุภาพ
ขั้นตอนต่อไปคือการส่ง E-mail ข้อผิดพลาดของน้องๆส่วนมากคืออย่าแค่โยนไฟล์ลงไปโดยไม่เขียนบอกกล่าวอะไรเลยนะคะ เพราะวันๆนึง HR หรือผู้รับสมัครงาน จะรับ E-mail เยอะมาก มีทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสมัครงาน และไม่เกี่ยวข้อง ดังนั้นสิ่งนี้คือด่านแรกที่เราต้องแสดงความเป็น Professional สื่อสารรู้เรื่อง ทักทายอย่างสุภาพ แนะนำตัวว่าเรามาทำอะไร ใส่ชื่อเสียงเรียงนามเราเสมอ ให้คนที่สนใจเรา Search เจอข้อมูลของเราแม้ Email จะตกไปแล้วหลายวัน สำหรับน้องๆที่ไม่มั่นใจว่าการเขียน Email นั้นต้องทำอย่างไร สามารถ Search ใน Google ง่ายๆ ด้วย Keyword อย่าง “Job Application Sample” หรือใกล้เคียง จากนั้นเลือกตัวอย่างที่รู้สึกว่าใกล้เคียงกับทักษะภาษาของเรา สามารถปรับให้เข้าใจได้ โดยหากเราสามารถ Revise จากต้นแบบให้เป็น Style ของเราเองได้นั้นจะดีมากเลยค่ะ และแนะนำว่าไม่ต้องยาวมากเกินไปนะคะ ไม่เกิน 1-2 ย่อหน้าบอกว่าเราคือใคร มาสมัครตำแหน่งอะไรอย่างสุภาพก็พอแล้วค่ะ อย่าลืมแนบเบอร์โทรใน Email เพื่อที่ให้ผู้รับสมัครติดต่อหาเราได้อย่างสะดวกด้วยนะคะ
ป.ล. ระวังอย่าส่งหว่านนะคะ เช่นใน 1 E-mail นั้นปรากฏชื่อผู้รับเป็น Unilever และ P&G ซึ่งเป็นคู่แข่งทางการตลาดไปพร้อมกัน แบบนี้ไม่เวิร์คค่า ค่อยๆส่งหาทีละคน และเขียนเจาะจงถึงผู้รับบริษัทนั้นๆนะคะ

job application email sample

Google มีคำตอบของทุกอย่างเป็นล้านคำตอบ แต่ต้องเลือกจาก Website ที่เชื่อถือได้ และลองปรับคำต่างๆให้เหมาะสมกับตัวเรานะคะ อย่าแค่ Copy & Paste อย่างเดียวเดี๋ยวจะพลาด หรือดูไม่เป็นตัวเราเองค่ะ

 

8. อย่าตกม้าตายเพราะ Email สมัยเด็ก
เตรียมตัวทุกอย่างมาซะดิบดี แต่ตอนส่ง Email ไปกลับใช้ Malakingkongkang@hotmail.com หรือชื่อเล่นสนุกๆที่รู้กันเองในกลุ่มเพื่อนมันก็อาจจะเขินๆไปสักหน่อย ในวันต่อไปอาจจะโดนพี่ๆที่ทำงานแซวเอาได้ ในวันที่เราเข้าสู่การทำงานแล้ว Email ในช่วงวัยรุ่นเหล่านี้เรายังใช้ในการเล่น Facebook หรือสั่งซื้อของออนไลน์ต่างๆได้ค่ะ แต่สำหรับ Email ในการทำงานนั้น แนะนำให้ใช้ชื่อจริงง่ายๆ อาจจะต่อด้วยตัวอักษรย่อของนามสกุล หรือถ้าตัวอักษรหมดโลกแล้วจริงๆ (กรณีเป็นคนชื่อซ้ำมากๆ) อาจจะใส่ตัวเลขที่ชอบง่ายๆไปสัก 1-2 หลักต่อท้ายก็ได้ค่ะ นึกภาพวันที่เราใช้ Email นี้ไปจนอายุ 40-50 ปีแล้วจะไม่โดนเพื่อนล้อ รีบเปลี่ยนวันนี้ ดีกว่าเปลี่ยนเมื่อเริ่มทำงานไปได้ 2-3 ปีแล้วนะคะ

9. Customize บ้างก็ได้ หากตำแหน่งงานที่จะสมัครไม่เหมือนกัน
สุดท้ายนี้หากน้องๆมีแรงเหลือ แล้วสายอาชีพที่สนใจนั้นแตกต่างกันมากๆ เช่นวันนี้อยากสมัครเป็นวิศวกร อีกวันหนึ่งอยากสมัครเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ทาง UNBOX BKK แนะนำว่าน้องๆควรเขียนรายละเอียดในใบสมัครให้นำเสนอความสามารถที่แตกต่างกันค่ะ เช่นในการเป็นวิศวกรจบใหม่ น้องๆอาจจะต้องเน้นด้านประวัติการศึกษา หรือด้านรางวัลต่างๆในสายวิชาชีพที่ได้เรียนมา แต่หากสมัครเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินก็อาจจะต้องเน้นด้านภาษา ด้านกิจกรรมที่พิสูจน์ความเป็นมิตร และการเลือกรูปถ่ายที่แสดงถึงบุคลิกหน้าตาที่สง่างาม ดังนั้นหากใครที่มีความสนใจหลากหลาย อาจจะต้องทำ Resume ไว้หลาย Version นิดนึงนะคะ อย่าลอกของเพื่อนๆสายงานอื่นๆ หรือส่งสลับกันล่ะค่ะน้องๆ ^^

ลองเช็คทั้ง 9 ข้อดูว่ามีข้อไหนที่เราทำผิดพลาดไปไหม หากครบแล้ว ทาง UNBOX BKK ขอให้น้องๆโชคดีกับการสมัครงานในด่านแรกนี้ แล้วไว้พบกันใหม่กับหัวข้ออื่นๆเช่นการเตรียมตัวสัมภาษณ์งาน การเตรียมตัวทำงานวันแรก หรือหากสงสัยอยากรู้อะไรเพิ่มเติม สามารถติดต่อเข้ามาทาง UNBOX BKK ได้นะคะ 😊

Contributor

Jinsiree Palakawongsa Na Ayudhya

Full-time lecturer at a school of communication arts and freelance event planner. Living with a strong passion for experiential and event marketing. Her happiness is all about making event audiences smile and playing with her cats.