จากบทความเรื่อง Virtual Experience Marketing (VEM) ที่ UNBOX BKK ได้แนะนำไปเมื่อครั้งที่แล้ว วันนี้ UNBOX BKK จะนำผู้อ่านไปรู้จักกับ Virtual Experience อีกรูปแบบหนึ่งที่มาแรงในช่วง COVID-19 นั่นคือการจัดงานในรูปแบบ Hybrid Event นั่นเองค่ะ

Hybrid Event คือรูปแบบงานอีเวนต์ที่เราสามารถเข้าร่วมงานได้ทั้งในแบบเดินเข้าไปภายในงานจริงๆ (Offline Event) และการรับชมผ่านทางออนไลน์ (Online/Virtual Event) จึงนับว่าเป็นทางออกที่ดีสำหรับการจัดงานในช่วงที่สถานการณ์ COVID-19 ยังไม่กลับมาเป็นปกติ เพราะสามารถกำจัดจำนวนผู้เข้าร่วมงานในพื้นที่ได้ แต่ก็ยังสามารถมีผู้รับชมทางออนไลน์ได้จำนวนมากไปพร้อมๆกัน โดยทาง UNBOX BKK ได้ลองเข้าไปร่วมสนุกกับ Concert ที่ได้ชื่อว่าเป็น Hybrid Concert ครั้งแรกในประเทศไทย กับ เวทีคอนเสิร์ตคืนรอยยิ้ม ตอน อิชิตัน น้ำด่าง 8.5 Presents Dance Sphere กับ 2 ศิลปินตัวพ่อตัวแม่สายแดนซ์อย่างพี่เจ-เจตริน วรรธนะสิน และพี่ติ๊นา-คริสติน่า อากีล่าร์ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ไอคอนสยาม โดยได้ลองเปรียบเทียบประสบการณ์ทั้งแบบหน้างานจริง และแบบออนไลน์ไปพร้อมๆกัน พร้อมทั้งสรุปบทเรียนจากคอนเสิร์ตในช่วงท้ายค่ะ

ประสบการณ์หน้างาน: ห่างกันก็มันส์ได้

เมื่อเดินเข้าไปในงาน เราจะเจอมาตรการด้านความสะอาดและความปลอดภัยตามมาตรฐาน เช่น การ Scan ไทยชนะ การวัดอุณหภูมิร่างกาย การฉีดพ่นทำความสะอาดพื้นที่ก่อนงาน รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์ด้านสุขอนามัยที่เกี่ยวข้องจากบริษัทพาร์ทเนอร์ KILL & KLEAN แต่ที่น่ารักไปกว่านั้นคือการแจกหน้ากากรูปรอยยิ้ม 2 สีทั้งสีดำและสีขาว เป็น Gimmick เล็กๆที่คนมาหน้างานเท่านั้นจะได้รับแจก แถมเป็นหน้ากากอย่างดีที่มีสายคล้องคอ ทำให้เต้นไปใส่หน้ากากไปรับรองไม่หลุด เพราะภายในงานเค้าย้ำนักย้ำหนาค่ะ ว่าเราต้องใส่หน้ากากตลอดเวลาที่ชมการแสดง (เต้นไปหายใจจะไม่ออกไป แต่ก็ต้องรักษาระเบียบค่ะ 555)

การตรวจคัดกรองต่างๆก่อนเข้างานตามมาตรฐานสุขอนามัย โดยมีเส้นขีดที่พื้นเพื่อรักษาระยะห่างระหว่างการเข้าคิวในจุดสำคัญ

 

เมื่อเข้าไปภายในงาน จะเจอการจัดที่นั่งแบบเป็นคู่ๆ โดยแต่ละคู่นั้นเว้นระยะห่างกันพอสมควรตามมาตรการรัฐ ข้อดีของการจัดเก้าอี้แบบนี้คืออย่างน้อยเราก็จะได้ใกล้ชิดสนุกกับคนที่มาด้วย แต่ก็ไม่ต้องรู้สึกอึดอัดแปลกๆที่ต้องอยู่ใกล้ชิดคนแปลกหน้าเกินไป แต่ก็ทำให้ทั้งฮออล์นั้นรับคนได้ในปริมาณจำกัด ทีมงานแอบกระซิบมาว่าภายในฮอลล์นั้นรับผู้ชมได้เพียง 900 คน เลยให้รู้สึกว่า Concert นี้มัน Exclusive สุดๆไปเลยค่ะ

ลักษณะการจัดระยะห่างของเก้าอี้เพื่อรักษามาตรการทางสุขอนามัย
Source: Facebook Page: Way-T

 

เมื่อเสียงเพลงดังขึ้น เปิดตัวด้วยพี่ติ๊นา ตามด้วยพี่เจ ในระยะแรกๆดูหลายคนจะไม่กล้าลุกเต้นมากขึ้นเท่าไหร่ อาจจะด้วยความเขินๆไม่ชินระยะห่าง แต่เมื่อเพลงประวัติศาสตร์ของพี่ติ๊นาดังขึ้นเท่านั้น เหมือนความเขินของคนทั้งฮอลล์จะหายไป ทำให้เราได้พบว่าจริงๆความมันส์นั้นไม่เกี่ยวกับระยะห่างมากเท่าไหร่ แต่มันเกี่ยวกับเรารู้สึกอย่างไร อินกับเพลงมากแค่ไหนต่างหาก ส่วนของการเลือกเพลงในคอนเสิร์ตนี้ก็ค่อนข้างมีผลมาก เพราะเลือกเพลงแดนซ์ยอดนิยมของพี่เจและพี่ติ๊นามาจนครบ อีกทั้งแสงเสียงที่จัดเต็มอลังการกว่า Scale แขก 900 คนมาก ดังนั้นถ้าเป็นแฟนเพลงตัวจริงของศิลปินทั้ง 2 คนนี้แล้วรับรองว่าไม่มีที่ไม่อินแน่ๆ

ตัวเนื้อ Concert นั้นอัดแน่นไปด้วยเพลงแดนซ์อย่างรัวๆ แต่ก็แทรกไปด้วยกิจกรรมน่ารักๆเป็นระยะ อย่างในงานนี้หากให้นักร้องสัมผัสมือแฟนคลับโดยตรงอาจจะไม่สมควรนัก เลยยื่นก้านนวมเพื่อเชคแฮนด์กับแฟนคลับแทน ส่วนแฟนคลับคนไหนที่สัมผัสแล้วก็รับนวมกลับไปบ้านเลยเพื่อป้องกันการสัมผัสซ้ำ แต่ก็น่าเสียดายที่ด้วยเวลาอันจำกัด จำนวนแฟนคลับที่ได้รับนวมจากศิลปินนั้นอาจจะมีไม่มากนัก แต่ก็ถือเป็นกิจกรรมน่ารักๆที่แสดงถึงความคิดถึงและห่วงใยต่อแฟนคลับภายใต้เงื่อนไขที่จำกัดหลายอย่าง และตอบโจทย์การเป็นคอนเสิร์ตที่คืนรอยยิ้มให้แฟนคลับได้ดีทีเดียวค่ะ

พี่ติ๊นากับก้านมือนวมเพื่อจับมือกับแฟนๆ
Source: Capture จาก Live Streaming

 

ประสบการณ์ออนไลน์: ถ่ายทอดอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมี Gimmick

เมื่อสังเกตการณ์ภาคออนไลน์ไปสักพัก ทาง UNBOX BKK จึงลองเข้าไปชมคอนเสิร์ตแบบออนไลน์ โดยได้ซื้อตั๋วแบบ 980 บาท (แถมหูฟัง JBL มาด้วย โปรโมชั่นล่อลวงคนแบบเราได้เสมอ) โดยหลังจากกดซื้อตั๋วไม่นาน ทางทีมงานก็จะส่ง Link การชมคอนเสิร์ตมาให้ ซึ่งวิธีการเข้าไปชมนั้นก็ง่ายมาก จากอีเมลที่ได้รับจนการเข้าชม จำได้ว่าคลิกไม่เกิน 3-4 ครั้งก็ได้ชมแล้ว โดยเป็นการรับชมผ่านทาง Web Browser จึงมีความสะดวกสบายว่าไม่ต้อง Download Application ใดๆเพิ่มเติมทั้งสิ้น

ทีนี้ความเก๋ในการรีวิวของเรานั้น อยู่ที่ว่าเราลองเปิดดูออนไลน์และเทียบกับคอนเสิร์ตไปพร้อมๆกันค่ะ (ทีมงานนั่งอยู่หลังสุดของฮอลล์เลยนะคะ ไม่ต้องห่วงแสงรบกวน) พบว่าดีเลย์กันไม่มากเลยค่ะ

ลองสังเกตการณ์จริง เทียบช็อตต่อช็อตระหว่างหน้างานและออนไลน์

 

ความสนุกในการชมออนไลน์นั้นคือเราสามารถจะพูดคุยกับเพื่อนๆที่อยู่ในคอนเสิร์ตเดียวกันได้ค่ะ แต่หากให้เราคุยกันเองก็น่าจะเหงาๆหน่อย Admin WAY-T Concert นั้นเลยชวนคุย ชวนบิ๊วหนักมาก ซึ่งเป็นการสร้างบรรยากาศและความคึกคักได้ดีมากๆ (จนมีคนแซวว่า Admin ดีดมาก) ในส่วนความแรงของสัญญาณนั้นเรียกว่าดีมาก ขนาดทีมงานเราดูอยู่ใน Hall สัญญาณยังดีไม่กระตุก อาจจะมีช่วงแรกๆที่เห็นคอมเมนต์ว่าเสียงกับภาพไม่ตรงบ้าง มีปัญหาทางเทคนิคบ้าง แต่เหมือนสุดท้ายจะคลี่คลายไปอย่างเสถียรเรียบร้อยดีค่ะ

แฟนคลับที่ชมออนไลน์สามารถขึ้นจอ LED ภายในงานเพื่อโต้ตอบกับพี่ติ๊นาได้
Source: Capture จาก Live Streaming

 

อีกหนึ่งสิ่งที่น่ารักในงานนี้คือมีกิจกรรมที่สอดแทรกการผสานโลกออฟไลน์และออนไลน์อยู่เป็นระยะ อย่างการพูดคุยกับแฟนคลับที่ชมอยู่ทางออนไลน์ และการเปิดโหวตเพลงที่อยากฟังช่วงท้ายคอนเสิร์ต ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สามารถมีส่วนร่วมได้ทั้ง 2 ช่องทางการรับชม ทำให้ไม่มีผู้ชมฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกว่าถูกละเลยเลยค่ะ

ทุกคนจากทุกช่องทางสามารถร่วมโหวตเพลงที่อยากให้พี่เจและพี่ติ๊นาร้องได้
Source: Capture จาก Live Streaming

 

ในช่วงสุดท้ายของคอนเสิร์ตนั้น พี่ติ๊นาและพี่เจได้กล่าวขอบคุณเหล่า Partner ในสายดนตรีและผู้สนับสนุนทั้งหมดที่ได้ทำให้งานนี้เกิดขึ้น ทางทีมงานสามารถจดจำ Keyword หนึ่งจากทั้งคู่ได้ว่าการจัดงานในครั้งนี้และทุกการสนับสนุนนับเป็นการต่อลมหายใจของคนดนตรีต่อไปได้ พร้อมเสียงปรบมือให้กับทุก Partner อย่างดังกึกก้อง ส่วนตัว UNBOX BKK ก็เห็นว่างานนี้น่าจะเป็นงานแบบอย่างที่ดีงานหนึ่งของการจัด Hybrid Event และได้เรียนรู้บางอย่างในฐานะผู้เข้าชมดังนี้ค่ะ

1. Social distancing อาจทำให้วิถีการจัดคอนเสิร์ตเปลี่ยนไป หากแต่แก่นความสนุกนั้นยังอยู่ คนดูก็ยังสนุกได้
2. Hybrid Event ที่ดีคือการใส่ใจผู้เข้าร่วมงานทั้งสองฝั่ง ต้องออกแบบกิจกรรมที่ไม่มีผู้ชมฝั่งไหนโดนละเลย
3. เคารพมาตรฐานความปลอดภัยไว้ก่อนนั้นดีที่สุด ซึ่งต้องยอมรับว่าการที่คอนเสิร์ตนี้เกิดขึ้นมาได้ รวมถึงการได้รับความไว้วางใจจากผู้ที่ซื้อบัตรนั้น เกิดมาจากการสื่อสารและปฏิบัติมาตรการอย่างเคร่งครัดและรัดกุมจากผู้จัด ตั้งแต่เดินเข้างานจนการประกาศให้เดินออกจากงานไปทีละโซนอย่างไม่เบียดเสียดกัน
4. Creativity ใน Gimmick เล็กๆสามารถสร้างความประทับใจได้ และสามารถเอาชนะบางข้อจำกัดได้ เช่นการให้ศิลปินยื่นนวมเล็กๆสัมผัสกับแฟนคลับแทนการสัมผัสมือจริง เป็นกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งเชิง Function และ Emotion
5. การสร้าง Engagement นั้นสำคัญมากๆในการทำ Live Stream ซึ่งสามารถสร้างความประทับใจและอารมณ์ร่วมแก่ผู้ชมมากขึ้นได้ ดังเช่น Admin WAY-T สายบิ๊ว และการสร้างระบบโหวตต่างๆ ทำให้ผู้เข้าชมงานไม่รู้สึก Passive แต่ยังมีอะไรให้ทำอย่าง Active ตลอดทั้งการเข้าร่วมงาน
6. Partnership คือหนึ่งในทางรอดของอุตสาหกรรม เห็นได้จากงานนี้นั้นเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มผู้นำในในวงการดนตรีและอีเวนต์ตั้งแต่ค่ายเพลง, ศิลปิน, สถานที่จัดงาน, อีเวนต์ออแกไนเซอร์, ผู้จัดและออกแบบแสง สี เสียง และเทคนิคพิเศษ รวมถึงผู้สนับสนุนเจ้าใหญ่ ตามแนวคิด “Friendship Economy” ที่คุณเกรียงไกร กาญจนะโภคิน CEO บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) หนึ่งใน Partner ได้กล่าวไว้ตั้งแต่วันแถลงข่าวคอนเสิร์ต

ทาง UNBOX BKK หวังว่าบทความรีวิวคอนเสิร์ตพร้อมบทเรียนชิ้นนี้ จะจุดประกายให้คนสายบันเทิง อีเวนต์ รวมถึงนักการตลาดโดยทั่วไป ได้ลองหาช่องทางใหม่ๆในการเอาตัวรอดทางธุรกิจ ในวันที่สถานการณ์ COVID-19 ยังไม่กลับมาเป็นปกติดังเช่นวันนี้นะคะ แล้วรอบหน้าเราจะลองไปหาประสบการณ์เด็ดๆพร้อมบทเรียนทางการตลาดมาแชร์กันอีกค่ะ

Contributor

Jinsiree Palakawongsa Na Ayudhya

Full-time lecturer at a school of communication arts and freelance event planner. Living with a strong passion for experiential and event marketing. Her happiness is all about making event audiences smile and playing with her cats.